หญิงไต้หวันวัย 72 ปี ทานอาหารเช้าเมนูนี้ พบป่วยกล้ามเนื้อน้อย แพทย์เตือน โปรตีนไม่เพียงพอคือภัยเงียบ
กรณีทางการแพทย์ของหญิงวัย 72 ปีในไต้หวันมีนิสัยรับประทานอาหารเช้าแบบเบา ๆ มานาน โดยมักกินเพียงข้าวต้มกับผักดอง เพราะเชื่อว่าเป็นการกินเพื่อสุขภาพ แต่ไม่รู้เลยว่าการขาดโปรตีนสะสมมานาน ได้ค่อย ๆ ทำให้ร่างกายอ่อนแรง เดินไม่มั่นคง และขึ้นลงบันไดลำบาก จนถึงขั้นลื่นล้มในห้องน้ำ
เมื่อตรวจโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุของโรงพยาบาลไถต้า สาขาซินจู๋ พบว่าเธออยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงของโรค “กล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia)” โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขาดโปรตีนอย่างรุนแรงในระยะยาว ซึ่งปัญหา “การขาดโปรตีนในมื้อเช้า” กลายเป็นภัยเงียบที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคกล้ามเนื้อน้อย ซึ่งไม่เพียงทำให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวช้าลงและหกล้มง่าย แต่ยังอาจนำไปสู่ภาวะทุพพลภาพ และกลายเป็นภาระในการดูแลระยะยาว

ตามรายงานของ TVBS News แพทย์หญิง ไล่ ซิ่วหยุน ผู้อำนวยการแผนกอายุรกรรมผู้สูงอายุ ระบุว่า องค์การอนามัยโลกจัดให้ภาวะกล้ามเนื้อน้อยเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญของสังคมสูงวัย เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเสี่ยงในการหกล้มและสูญเสียความสามารถในการดำรงชีวิต อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ยังขาดความตระหนัก และไม่รู้ว่ากล้ามเนื้ออ่อนแรงอาจเกิดจากพฤติกรรมการกินที่ไม่สมดุล
ด้านนักโภชนาการ เจิ้ง เชียนฮุ่ย เสริมว่า แม้หลายคนรู้ว่าร่างกายต้องการโปรตีน แต่ส่วนใหญ่กลับไม่ได้รับเพียงพอ โดยเฉพาะในมื้อเช้า ซึ่งมักจะมีโปรตีนน้อยที่สุด เธอแนะนำว่าควรรับโปรตีนอย่างน้อยวันละ 2 ส่วนในมื้อเช้า หรือประมาณ 14 กรัมเป็นขั้นต่ำ

ตัวอย่างเช่น ดื่มนมถั่วเหลือง 200 มิลลิลิตร (หนึ่งส่วนของโปรตีน) ร่วมกับไข่หนึ่งฟอง หรือเพิ่มเต้าหู้ เนื้อปลา หรือเนื้อสัตว์ในปริมาณเหมาะสม ก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นวัน สำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ ควรเลือกโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วดำ หรือผลิตภัณฑ์จากถั่ว เพื่อช่วยคงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
นอกจากนี้ นักโภชนาการยังเน้นว่าควรรับประทานผักผลไม้และไขมันดีให้เพียงพอ โดยเลือกแหล่งไขมันที่อุดมด้วยโอเมก้า-3 (Omega-3) เช่น ปลาในทะเลน้ำลึก น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ น้ำมันชา หรืออะโวคาโด ส่วนผู้ที่ทานมังสวิรัติสามารถใช้น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed oil) แทนได้ ซึ่งมีส่วนช่วยลดการอักเสบและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
แพทย์ยังแนะนำว่า นอกจากโภชนาการแล้ว การออกกำลังกายสม่ำเสมอก็สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะการฝึกกล้ามเนื้อ เช่น การใช้ยางยืดออกกำลัง การสควอต หรือการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน ซึ่งช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เสริมความสมดุลของร่างกาย และลดความเสี่ยงจากการหกล้มได้อย่างมีนัยสำคัญ