ซีอีโอ LinkedIn เตือนแรง ยุค AI กำลังแทรกซึมทุกสายอาชีพ หากไม่มี 3 ทักษะนี้ เสี่ยงตกงาน ใบปริญญาก็ไม่ช่วย
เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า ซีอีโอ LinkedIn เตือนแรง อนาคตการทำงานไม่ได้เป็นของคนมีปริญญาอีกต่อไป หลังเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกลืนกินงานในแทบทุกสายอาชีพ ตั้งแต่นักเขียนโปรแกรมไปจนถึงนักวิเคราะห์การเงินระดับต้น
ไรอัน รอสแลนสกี ซีอีโอของ LinkedIn แพลตฟอร์มหางานระดับโลก ได้ออกมาเตือนว่า สถานการณ์ของคนรุ่นใหม่อาจไม่ดีขึ้นในอนาคต เพราะทิศทางของการจ้างงานกำลังเปลี่ยนจาก “คนมีใบปริญญา” มาเป็น “คนที่ใช้เครื่องมือ AI ได้คล่องและปรับตัวได้เร็ว”
เขายังเสริมว่า ผู้สมัครงานที่มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จในอนาคตคือ “คนที่พร้อมปรับตัว คิดก้าวหน้า เปิดใจเรียนรู้ และกล้าใช้เครื่องมือใหม่ๆ” ซึ่งจะกลาย 3 เป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้หางานในอนาคต
ซีอีโอของ LinkedIn เปิดเผยในงาน “AI in Work Day” เมื่อวันที่ 30 กันยายนว่า ตำแหน่งงานที่ต้องการความรู้ด้าน AI เพิ่มขึ้นเกือบ 70% ในช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ความรู้ด้าน AI เป็นทักษะที่ทรงคุณค่าที่สุดในตลาดงาน
จากผลสำรวจของ Microsoft ในปี 2024 ยังแสดงให้เห็นว่าผู้บริหารธุรกิจ 71% ต้องการผู้สมัครที่ไม่มีประสบการณ์และมีทักษะด้าน AI มากกว่าผู้สมัครที่มีประสบการณ์แต่ไม่มีทักษะด้าน AI
ขณะที่ บิล วินเทอร์ส ซีอีโอของธนาคาร Standard Chartered เห็นสอดคล้องกันว่า “MBA ของผมคือเรื่องเสียเวลา” เพราะความรู้ที่ได้จากการเรียนในมหาวิทยาลัยเสื่อมค่าลงเรื่อยๆ เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น
ซักเคอร์เบิร์ก ซึ่งลาออกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเอง เคยออกมาพูดถึงเรื่องนี้ในพอดแคสต์ This Past Weekend ว่า ระบบการศึกษากำลังผลักให้คนรุ่นใหม่จมอยู่ในหลุมหนี้ก้อนใหญ่จากค่าเทอมมหาศาล
โดยไม่สามารถเตรียมบัณฑิตให้พร้อมกับงานยุคใหม่ได้ ตอนนี้ถึงเวลาที่สังคมต้องตั้งคำถามแล้วว่า ใบปริญญายังจำเป็นจริงหรือไม่
แม้แต่นักลงทุนระดับตำนานอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ ยังยืนยันว่า “ผมไม่เคยสนใจเลยว่าผู้สมัครเรียนที่ไหน แน่นอนว่ามีผู้จัดการที่เก่งจากสถาบันชั้นนำ แต่ก็มีอีกมากที่ประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องพึ่งชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน”
อย่างไรก็ตาม ซีอีโอของ LinkedIn เชื่อว่า AI จะไม่เข้ามาแทนที่มนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ แต่เชื่อว่า “คนที่เข้าใจ AI จะเข้ามาแทนที่คนที่ไม่ใช้ให้เป็น” เขาเตือนว่าแค่การโต้ตอบกับแชทบอทนั้นไม่เพียงพอ
ทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคลยังคงเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ เขาเชื่อว่าความเห็นอกเห็นใจ การสื่อสาร และความสามารถในการปรับตัวจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุค AI
ทั้งนี้ โลกการทำงานกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคที่ทักษะที่แท้จริงสำคัญกว่า “ใบปริญญา” คนที่พร้อมเรียนรู้และปรับตัวกับเทคโนโลยี AI จะเป็นผู้ชนะในสนามการแข่งขันการทำงานในยุคใหม่