พบผู้เสียชีวิตรายแรกในสิงคโปร์ หลังชายวัย 54 ถูกเศษโลหะถุงลมนิรภัย แทงทะลุเข้าศีรษะ หลังเรียกคืนรถทั่วโลก
วันที่ 7 ต.ค. เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า ชายชาวสิงคโปร์วัย 57 ปี เสียชีวิตจากเศษโลหะที่พุ่งออกมาจากถุงลมนิรภัย หลังเกิดอุบัติเหตุชนกันหลายคันบนทางด่วน เหตุการณ์นี้ถือเป็นกรณีเสียชีวิตรายแรกในสิงคโปร์
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2022 ขณะนาย ไมเคิล อง กง เมง ขับรถอยู่บนช่องทางขวาสุดของถนนสี่เลน ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุชนต่อเนื่อง 6 คัน รถของเขาอยู่ในลำดับที่ 5 ของเหตุชนต่อเนื่องนั้น และเป็นเพียงคันเดียวที่ถุงลมนิรภัยทำงาน
แรงกระแทกทำให้ถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับพุ่งออกมา พร้อมเศษโลหะขนาด 1.5 เซนติเมตร ยาว 2.2 เซนติเมตร จากกลไกภายในถุงลม พุ่งเข้าศีรษะของนายอง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ผลชันสูตรระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจาก “บาดแผลทะลุศีรษะจากวัตถุโลหะ” โดยสภาพรถของผู้ตายยังอยู่ในสภาพใช้งานได้ และไม่มีความเสียหายทางกลไกอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

ภาพประกอบ
พนักงานสอบสวนเปิดเผยว่า ยังไม่เคยมีรายงานกรณีถุงลมนิรภัย ทำให้เสียชีวิตในสิงคโปร์ก่อนหน้านี้ ส่วนบริษัท Kah Motor ตัวแทนจำหน่ายหลักของ Honda ในประเทศ ระบุว่าไม่มีข้อมูลการเรียกคืนรถของนายอง เนื่องจากไม่ได้จำหน่ายผ่านบริษัทโดยตรง
อย่างไรก็ตาม Honda เคยประกาศเรียกคืนรถที่ติดตั้งถุงลมนิรภัย Takata ระหว่างปี 2012–2014 ครอบคลุมรุ่น Civic, City, Jazz, Stream และ Accord ที่ผลิตในช่วงปี 2002–2011 โดยในสิงคโปร์มีรถกว่า 2,100 คันที่ได้รับผลกระทบ และได้เปลี่ยนชิ้นส่วนแล้วกว่า 98%
ด้านวิศวกรอาวุโสจากสำนักงานขนส่งทางบก (LTA) ยืนยันว่ารถของนายองอยู่ในช่วงหมายเลขแชสซีที่ถูกเรียกคืนโดย Honda Japan ทั้งนี้ ถุงลมนิรภัย Takata ถูกติดตั้งในรถหลายยี่ห้อ ไม่จำกัดเฉพาะ Honda
LTA ระบุว่า ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังบริษัท Hong Sin Motors ซึ่งนำเข้ารถของนายอง แต่จดหมายถูกตีกลับทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หน่วยงานยังคงประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม เพื่อเร่งดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขรถที่ยังไม่เข้ารับการเปลี่ยนถุงลม
จนถึงเดือนมิถุนายน 2024 มีรถราว 198,800 คันในสิงคโปร์ ที่อยู่ในโครงการเรียกคืน โดยดำเนินการแก้ไขแล้วประมาณ 94% ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างติดตาม
เจ้าหน้าที่แนะนำให้เจ้าของรถตรวจสอบสถานะการเรียกคืนผ่านระบบ OneMotoring Portal และติดต่อศูนย์บริการทันทีหากพบว่ารถอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากการละเลยไม่เข้ารับการแก้ไขถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก
ภรรยาและครอบครัวของนายองเข้าฟังการไต่สวนด้วยความโศกเศร้า โดยการสอบสวนคดีนี้จะมีการพิจารณาเพิ่มเติมในวันนัดต่อไป