สาวทดลอง ดื่มมัทฉะแทนกาแฟทุกวัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เผยร่างกายเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์เกินคาด ติดแค่รสชาติอย่างเดียว
มัทฉะ จากญี่ปุ่น กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในกลุ่มสายสุขภาพทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติช่วยเพิ่มพลังงานและอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ล่าสุดนักเขียนจากสื่อในเครือ Hearst Magazines ได้ทดลองดื่มมัทฉะทุกวันตลอดหนึ่งสัปดาห์ เพื่อดูว่าร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
เธอเล่าว่า แม้รสชาติของมัทฉะจะมีความ “เขียวและดิน” จนต้องใช้เวลาปรับตัว แต่การดื่มทุกวันแทนกาแฟกลับให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจ พลังงานที่ได้รู้สึกมั่นคงและยาวนานกว่า ไม่มีอาการหัวใจเต้นแรงหรือหมดแรงในช่วงบ่ายเหมือนการดื่มกาแฟ อีกทั้งยังรู้สึกมีสมาธิมากขึ้น
พิธีชงมัทฉะเองก็กลายเป็นช่วงเวลาแห่ง “ความสงบใจ” เธอกล่าวว่า การใช้เวลาสองสามนาทีตีชาให้เกิดฟองละเอียด ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและตั้งสติได้ในระหว่างวัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรากวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับความใส่ใจและความสงบในทุกขั้นตอน

ภาพประกอบ
ขณะเดียวกัน ด้านคุณค่าทางโภชนาการ มัทฉะหนึ่งกรัมให้พลังงานไม่มากนัก แต่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระประเภทแคทีชิน (โดยเฉพาะ EGCG) และกรดอะมิโนแอล-ธีอะนีน (L-theanine) ซึ่งช่วยให้สมองตื่นตัวแต่ไม่กระวนกระวาย พร้อมคาเฟอีนระดับปานกลางราว 25–75 มิลลิกรัมต่อเสิร์ฟ
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ประโยชน์ของมัทฉะมีหลายด้าน ทั้งช่วยเสริมสมาธิและพลังงานอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนสุขภาพผิวด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ลดความเครียดจากการกระตุ้นสารเซโรโทนินและโดปามีนในสมอง และอาจช่วยดูแลหัวใจด้วยการลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีนควรระมัดระวัง โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และควรเลือกมัทฉะแท้เกรดชงชา ไม่ใช่เครื่องดื่มหรือขนมรสมัทฉะที่มักมีน้ำตาลสูงและไม่มีสารสำคัญของชาเขียว
หลังจากครบสัปดาห์ นักเขียนสรุปว่า แม้เธอยังไม่ตกหลุมรักรสชาติของมัทฉะ แต่ก็ยอมรับถึงพลังงานที่คงที่และความรู้สึกสงบที่ได้รับ “ฉันอาจไม่เปลี่ยนจากกาแฟมาเป็นมัทฉะทุกวัน แต่จะเก็บไว้เป็นตัวเลือกในวันที่ต้องการพลังงานแบบนุ่มนวลและใจที่สงบ” เธอกล่าวทิ้งท้าย
ขอบคุณที่มา Prevention