ดราม่า! สังคมออนไลน์เดือด แม่ชาวจีนถูกผู้ขายสั่งให้ตบลูกวัย 11 เพื่อแลกกับการขอเงินคืน เหตุสุดช็อกในแพลตฟอร์มมือสอง จุดกระแสวิจารณ์-ถล่มนโยบายไร้มนุษยธรรม
สื่อต่างประเทศเผย แพลตฟอร์มมือสองยอดนิยมของจีนสร้างความโกรธแค้นในโลกออนไลน์ หลังมีรายงานว่า “แม่รายหนึ่งถูกบังคับให้ส่งวิดีโอที่เธอตบลูกต่อเนื่อง 5 นาที เพื่อเป็นเงื่อนไขในการขอคืนเงิน”
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ ลี่หยุน แม่ของเด็กหญิงวัย 11 ปี พบว่าลูกสาวใช้เงินกว่า 500 หยวน (ประมาณ 2,299 บาท) ซื้อการ์ดสะสมโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงติดต่อขอคืนเงิน
โดยแพลตฟอร์มนี้เป็นที่นิยมสำหรับการแลกเปลี่ยนของเล่น และของสะสม มียอดการซื้อขายรวมสูงถึง 10,000 ล้านหยวน (ราว 57,000 ล้านบาท) ในปี 2568 และมีมาตรการรับประกันความแท้ของสินค้า รวมถึงกฎว่าผลิตภัณฑ์ไม่สามารถคืนเงินโดยไม่มีเงื่อนไขภายใน 7 วัน

ภาพประกอบ
เมื่อแม่ติดต่อผู้ขายเพื่อขอคืนเงินจากการซื้อที่ลูกทำเพียงสองชั่วโมงก่อน ผู้ขายกลับกล่าวหาว่าเธอ “แกล้งทำเป็นเด็กเพื่อยกเลิกคำสั่งซื้ออย่างมีเจตนาร้าย”
ผู้ขายส่งเอกสารที่เรียกว่า “หมายเหตุคืนเงินสำหรับเด็ก” ระบุให้ผู้ปกครองส่งวิดีโอที่ตบลูกต่อเนื่อง 5 นาที โดยต้องไม่หยุดชั่วขณะ และมีเสียงตบต้องชัดเจน นอกจากนี้ยังกำหนดให้ส่งวิดีโอที่ดุด่าเด็กอย่างโกรธจัดอย่างน้อย 3 นาที และให้เด็กเขียนจดหมายขอโทษ 1,000 ตัวอักษร ลงชื่อ-ประทับลายนิ้วมือ และอ่านออกเสียงพร้อมผู้ปกครอง
เมื่อขอความช่วยเหลือจากฝ่ายบริการลูกค้า แพลตฟอร์มระบุว่า “ไม่สามารถบังคับดำเนินการได้ และแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายเจรจากันโดยตรง”
ต่อมาบริษัทออกแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์นี้เกิดจากการซื้อขายสินค้ามือสองส่วนบุคคล และเอกสารดังกล่าวส่งโดยผู้ขายเอง ไม่ใช่เอกสารทางการของแพลตฟอร์ม พร้อมย้ำว่าจะให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้เพื่อปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม และส่งเสริมการสื่อสารอย่างสุภาพ

ภาพประกอบ
ด้าน ฟู่เจี้ยน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า คำขอดังกล่าว “ละเมิดกฎหมายการคุ้มครองเด็กของจีน” ซึ่งห้ามก่อความรุนแรงในครอบครัว และถือเป็นการยุยงให้ผู้ปกครองใช้ความรุนแรงกับเด็ก
เหตุการณ์นี้สร้างความโกลาหลในโซเชียล มีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนการลงโทษเด็กที่ใช้เงินโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่ายที่ประณามว่าเป็นเรื่องไร้เหตุผล และละเมิดสิทธิเด็ก
บางคนแสดงความเห็นสนับสนุนวิธีปฏิบัติที่รุนแรงนี้ โดยกล่าวว่า “ผมสนับสนุนเลย เด็กใช้เงินของพ่อแม่ซื้อของโดยลับ ๆ ฝ่าฝืนกฎการขาย แล้วยังมาขอคืนเงินอีก? ทำไมผู้ขายต้องรับผิดชอบทั้งหมดล่ะ?”
อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์ออนไลน์อีกรายหนึ่งกล่าวว่า “ความรู้สึกแรกของฉันคือช็อก และไม่อยากที่จะเชื่อ มันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา การกระทำแบบนี้เหมือนเอาคนไปเป็นวัตถุให้ถูกดูถูกตามใจตนเอง”
อีกคนกล่าวว่า “ไม่มีเส้นตายด้านความถูกต้องอีกแล้วหรือไง? คำขอแบบนี้ช่างไร้สาระเหลือเกิน ตอนนี้บริการหลังการขายไม่ใช่เรื่องเหตุผล แต่กลับเป็นเรื่องการตบลูกของตัวเอง? ผู้ขายน่าจะตบตัวเองให้ตื่นก่อนทำธุรกิจด้วยซ้ำ”
ขอบคุณที่มา: South China Morning Post