หยุด! 8 พฤติกรรมทำร้ายผม ไม่งั้นผมร่วงทั้งหัวแน่นอน

หยุด! 8 พฤติกรรมทำร้ายผม ไม่งั้นผมร่วงทั้งหัวแน่นอน

หยุด ใครเกิดมาผมหนา ผมเต็มทั้งหัวตั้งแต่เด็ก มัดหัวก็ไม่เห็นหนังศีรษะ ก็ถือว่าแต้มบุญสูง โชคดี!! หันมองตัวเอง อื้อหืออ เผลอลูบหัวตัวเองไม่ได้ จะต้องมีเส้นผมเป็นกำๆ ติดมือมาทุกที หวีผมก็ไม่เคยได้ฟีลลิ่งเรียบลื่นทั้งเส้น จะต้องมีติดๆ ขยักๆ เป็นสังกะตังบ้าง ขาดเป็นเส้นหยอยๆ บ้าง แห้งเสียเอย ร่วงเอย จนเริ่มกลัวละว่า จะผมเก้าแสนเก้าร้อย (ใกล้ล้าน ) ตั้งแต่ยังไม่แก่

ต้องบอกก่อนว่า สาเหตุที่ผมคนเราจะไม่แข็งแรง มันมาจากหลายอย่างค่ะ เช่น ไดร์ผมแรงไป ทำสีผมบ่อยไป ผมสูญเสียความชุ่มชื้น เครียด หรือที่ซวยสุดคือ พันธุกรรมผมบางมาตั้งแต่เกิดจ้า! สำหรับวันนี้! เราอาจไม่มีสูตรหมักผม หรือวิธีอะไรให้ผมหนาฟึ่บ! ขึ้นทันใจ (ยกเว้นใส่วิก) แต่เราจะมาห้ามทำพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม ที่เชื่อว่าพวกเธอทุกคนเคยทำ! ทั้งหมด 8 ข้อด้วยกัน แค่เลิกทำ ผมนุ่มลื่น สวยขึ้นแบบรู้สึกได้แน่นอน

สงสัยรึยังว่าเราเผลอทำอะไรไปบ้าง ผมถึงใกล้พังทั้งหัวขนาดนี้? งั้นก็ไปหาคำตอบด้วยกันเลย

1.สระผมด้วย ‘น้ำร้อน’ ทุกวัน ทุกครั้ง

ผู้หญิง (หรือแม้แต่ผู้ชาย) หลายคนชอบอาบน้ำอุ่น ไปถึงขั้นร้อน เพราะคิดไปเองว่าความร้อน น่าจะชำระล้างสิ่งสกปรกได้ดีกว่า อาบแล้วสบายตัวกว่า แต่ความจริงก็คือ ถ้าเธอสระผมด้วยน้ำอุ่นทุกครั้ง เป็นเวลาต่อเนื่องนานๆ สุขภาพผมจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ อย่างมีนัยสำคัญ อารมณ์รดน้ำร้อนลงบนต้นไม้นั่นแหละ นานวันไปใบก็จะเริ่มแห้ง และเฉาตายในที่สุด เส้นผมบนหัวก็เช่นกันค่ะ!

เส้นผมและหนังศีรษะเป็นอวัยวะที่บอบบาง ไม่ควรให้ความร้อนตรงๆ มาโดนที่หัวโดยเด็ดขาด นอกจากผมจะอ่อนแอแล้ว ยังไปล้างน้ำมันตามธรรมชาติออกมาด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุของหนังศีรษะแห้ง ตกสะเก็ดจนเกิดรังแค เกล็ดผมเปราะบาง ใครติดน้ำอุ่น ลองเปลี่ยนเป็นน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องแทน จะช่วยล็อคเกล็ดผมให้หนังศีรษะชุ่มชื้น เส้นผมสุขภาพดีกว่า สระน้ำเย็นสัก 1 เดือน แม้จะไม่สังเกตเห็นชัดมาก แต่ผมจะมีความเงางามขึ้น

2.ไดร์เป่าผมด้วย ‘ความร้อนสูงสุด’ จนผมแทบจะไหม้

เส้นผมนะจ๊ะ ไม่ใช่เนื้อย่าง ไม่ต้องเร่งไฟแรงขนาดนั้นเด้อ! สำหรับสาวๆ บางคน สระผมเสร็จแล้วก็อยากให้แห้งไวๆ ขี้เกียจรอลมธรรมชาติ เสียบปลั๊กไดร์รอแล้วจ้า กลัวรอนาน ปรับไปเลย ‘ร้อนสูงสุด’ เป่าทีหัวแทบไหม้ แล้วมาถามว่าทำไมผมแห้ง ผมแตกปลาย ก็ความร้อนนี่แหละตัวดี!! ไม่ต่างกับสระผมด้วยน้ำอุ่นเลยค่ะซิส

ถ้าอยากถนอมผม ครั้งต่อไปเวลาเป่าผม ให้ใช้ความร้อน ‘ระดับต่ำสุด’ เน้นให้ลมเป่าออกมาจากไดร์ แต่ไม่ต้องร้อนมาก เอาอุ่นๆ หรือเป็นลมเย็นได้ยิ่งดี และอย่าจ่อจนเส้นผมจะดูดเข้าไปในไดร์ ถือให้ห่างหัวหน่อย สัก 30 ซม. เท่าระยะห่างเวลาใช้สเปรย์ฉีดผมกำลังดี มันอาจแห้งช้ากว่าใช้ลมร้อน แต่ผมจะแห้งแบบเงางาม ไม่แตกปลาย เวลาที่เพิ่มมานิดหน่อย ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอนค่ะ

3.แปรงผม ‘ตั้งแต่ช่วงโคน’ กลัวรากผมไม่เรียบ!

สาวๆ อ่านข้อนี้อาจขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เอ้า มันไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเหรอ เขาก็ทำกันมาตั้งแต่เด็กทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ? ต้องเสียใจด้วยที่จะบอกว่า การแปรงผม ‘ตั้งแต่ช่วงโคน’ ที่เธอและคนอื่นๆ ทำมาตลอดชีวิต เป็นเรื่องที่ผิด! ถ้าอยากมีสุขภาพผมที่ดี การเอาแปรงไปรบกวนช่วงรากผม จะทำให้ผมยิ่งเป็นสังกะตังและแตกปลายยิ่งกว่าเดิม!

อาจจะฟังดูแปลกๆ แต่ช่างทำผมหลายคนแนะนำเราว่า ให้แปรงจากปลายผม ไปถึงโคนผมแทน หรือแปรงทิศตรงกันข้ามกับคนทั่วไปนั่นเอง!  แล้วเธอจะงงว่าสังกะตังลดลง ผมเรียบลื่นขึ้นจนน่าตกใจ!! ถ้าไม่เชื่อก็ลองทำดูได้เลยค่า ไม่หวงทริค

4.ใช้ยางรัดผมผิวแหลมๆ เสียดสีผม / มัดแน่นจนผมหายใจไม่ออก

นอกจากการสระผม แปรงผม การใช้ ‘ยางรัดผม’ ก็สำคัญมากๆ ถ้าอยากผมสวยนะคะซิส! รู้ไหมว่า การรัดผมหางม้าแน่นเกินไปเนี่ย นอกจากจะปวดหัว เสี่ยงเป็นไมเกรนแล้ว ยังเร่งให้ผมแตกปลาย ขาดออกมาเป็นกระจุกได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ยิ่งถ้ายางนั้นทำมาจากวัสดุแข็งๆ ตะปุ่มตะป่ำ เป็นหนามๆ ก็ยิ่งทิ่มแทงเส้นผม ให้ผมขาดง่ายขึ้นไปอีก!

เราแนะนำให้ใช้ยางรัดผมที่ทำจากวัสดุนิ่มๆ เช่น ยาง หรือวัสดุจำพวกผ้า ผ้าไหม ผ้าซาติน เหล่านี้จะไม่ทำให้เส้นผมเข้าไปติด ไปพันกันจนเป็นสังกะตัง จึงทำให้เมื่อคลายยางรัดผมออก เส้นผมก็กลับมาเรียบลื่น ไม่มีรอยยางกวนใจด้วยค่ะ ^^

5.ใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมใดๆ ที่ผสม ‘แอลกอฮอล์’ เยอะๆ

เคยสงสัยไหมว่า คนที่มีอาชีพ หรือมีงานอะไรที่ต้องทำผมบ่อย ต้องใช้สเปรย์ ใช้เจลแต่งผมทุกวัน ในวันธรรมดาที่เขาปล่อยผมปกติ ผมจะดูแห้งๆ กรังๆ เหมือนรังนกแทบทุกคน? นั่นเพราะ ผลิตภัณฑ์แต่งผมพวกนั้น ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของ ‘ แอลกอฮอล์ ‘ สูงมาก ซึ่งเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง ผมจะค่อยๆ ถูกกัดกร่อนจนแห้ง จนในที่สุดก็กรอบ และขาด หลุดร่วงจากหนังศีรษะในที่สุดค่ะ

ดังนั้นในฐานะคนทั่วไป ถ้าเธอใช้เจล ใช้สเปรย์แต่งผมไม่บ่อยก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้บ่อย ก็พยายามหายี่ห้อที่ใส่แอลกอฮอล์น้อย หรือไม่ฉีดเยอะมากจนเกินไป หลังกลับบ้านก็ควรสระผมล้างน้ำยาเหล่านั้นออกทันทีนะคะ ผมจะได้ไม่พัง

6.แปรงผมตอน ‘ผมเปียก’ เช่น หลังสระเสร็จใหม่ๆ

เราว่าผู้หญิงทุกคน ต้องเคยแปรงผมหลังสระเสร็จทันที เพราะมีคำสอนประเภทที่ว่า ถ้าไม่แปรงผมตอนผมเปียก ตอนแห้งผมจะพันกันเป็นสังกะตังใช่ไหมคะซิส? ซึ่งก็จริงส่วนหนึ่งแหละ แต่เทียบกับผลเสียแล้วอาจรุนแรงกว่ามาก เพราะคนส่วนใหญ่จะแปรงๆ กระชากๆ ให้จบๆ ไป ซึ่งทำให้เส้นผมเปียกๆ ที่อ่อนแออยู่แล้ว ขาด เปราะบางได้ง่ายขึ้น // อุตส่าห์หวีกลัวผมไม่เรียบ สรุปหัวล้านกว่าเดิมจ้า

ทริคที่เราแนะนำคือ ให้แปรงผมด้วยแปรง หรือหวีซี่กว้างๆ ที่ทำด้วยไม้ ‘ก่อน ‘ สระผมจะดีกว่า เพราะการแปรงผมเปียกไม่เป็นผลดีแต่อย่างใด ยิ่งทำให้เกล็ดผมเปิด จนผมขาด แห้งเสียอย่างรุนแรง หรือถ้าอยากแปรงผมจริงๆ ก็รอจนกว่าผมจะแห้งประมาณ 80% แล้วค่อยแปรงนะคะ ^^

7.นอนหลับไปทั้งๆ ที่ ‘ผมยังชุ่มน้ำอยู่’

สารภาพว่าอันนี้เราก็เคยทำ! ( ฮ่าๆ ) ยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่มีไดร์เป่า และต้องรีบนอนแต่หัวค่ำ, ไปต่างจังหวัด ต่างประเทศ พักโรงแรมที่ไม่มีไดร์บริการ บางทีเราๆ ก็เผลอหลับไปทั้งที่ผมยังชุ่มน้ำ หรือยังหมาดๆ หลังสระผมเสร็จอยู่เลย แต่จริงๆ ไม่ใช่เรื่องควรทำเป็นอย่างยิ่ง มีแต่ผลเสีย! ทั้งผมแห้งเสีย เปราะ เป็นสังกะตัง ผมเป็นเชื้อรา แถมส่งผลต่อสุขภาพ เสี่ยงเป็นไข้หวัดในวันรุ่งขึ้นได้อีกด้วย

ดังนั้นอย่านอน เอาผมเปียกๆ ทับหมอนเป็นอันขาด ถ้าต้องรีบนอนไว ก็ควรเผื่อเวลาสระผมตั้งแต่ช่วงเย็นๆ หรือพกไดร์ใส่กระเป๋าไปด้วย หรือเก็บไว้สระวันรุ่งขึ้น และถ้าอยากตื่นมาผมสวย ไม่พันกัน มีทริคจากช่างทำผมว่า ให้ถักผมเปียเดี่ยวง่ายๆ นอน และใช้ปลอกหมอนผ้าซาตินนิ่มๆ ตื่นมาผมสวยไร้รอยแน่นอนจ้า

8.ใช้ดรายแชมพู / แป้งเด็ก โรยผม ‘หนักมือ’ เกินไป

ข้อนี้ก็จะคล้ายๆ ใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมมากเกินไป แต่เธออาจลืมนึกถึง เพราะใช้จนเคยชินในทุกๆ วัน ยิ่งใครขี้เกียจสระผมต้องเคยทำ 1 ใน 2 อย่างนี้แน่นอน ไม่แป้งเด็กก็ดรายแชมพู ให้ผมแห้งเรียงเส้น มีวอลลุ่ม ไม่มันแผล็บก่อนออกจากบ้าน ที่จริงถ้าใช้พอดีๆ ก็ไม่ผิดอะไรหรอก แต่บางคนเล่นไม่ยอมสระผมเลย ฉีดซ้ำๆ โรยแป้งซ้ำๆ ทุกวัน ผมจะยิ่งพังกว่าเดิมนะคะซิส!

โรยผงแป้งชั้นเดียวมันจะดูดซับความมัน แต่ถ้า 2-3 ชั้นขึ้นไป มันจะกองรวมกันเป็นก้อนๆ ดูดน้ำมัน สิ่งสกปรกแล้วก็คาไว้ที่หนังศีรษะอย่างนั้น ส่วนดรายแชมพู ทำให้ผมแห้งก็จริง แต่พวกรังแค น้ำมันก็ยังอยู่แบบเดิม แถมทำให้รูขุมขนอุดตัน ผมร่วงง่ายขึ้นด้วย ทางที่ดีไม่ควรใช้เกิน 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อผมสวย เงางาม ไม่มีรังแคค่ะ

ทริคจากช่างทำผม : ถ้าอยากได้ผมแห้งเป็นธรรมชาติ อย่าฉีดสเปรย์ลงหนังศีรษะตรงๆ แต่ให้ฉีดลงหวี แล้วใช้หวี หวีไปตามเส้นผมให้ทั่วศีรษะ จะได้ผมสวยเป็นธรรมชาติมากกว่าค่า ^^

อยากผมสวยมีวอลลุ่ม ยังไม่ต้องบำรุงอะไรมากเลย แค่หลีกเลี่ยง 8 พฤติกรรมนี้ให้ได้ก่อน ผมก็เรียบลื่นสวย ดูมีน้ำหนัก สุขภาพดีได้ง่ายๆ แล้ว บางอย่างเธออาจเผลอทำโดยไม่รู้ตัว หรือไม่คิดว่ามันจะส่งผลเสียกับเส้นผม แต่ที่จริงรายละเอียดของเส้นผมมันซับซ้อนกว่าที่คิด ต้องดูแลน้องเขาให้ดีๆ เขาจะได้ไม่น้อยใจ ร่วงผล็อยๆ จากหนังศีรษะของเราน๊า จด จำและนำไปใช้ ผมจะได้สวยๆ กันทุกคน! วันนี้เราก็ขอตัวลาไปก่อนละน้า พบกันใหม่คราวหน้าเด้อ BYE

โดย SistaCafe

 

 

บทความก่อนหน้านี้‘แทค ภรัณยู’ มาแล้ว โพสต์ถึงหนุ่มนร.นอกหัวร้อน ‘คนแบบนี้ ทำไมพ่อไม่เจอบ้าง’
บทความถัดไปทูลกระหม่อม ทรงซ้อม “เต่างอย” เผยการทำงาน ให้มีความสุข-สนุกสนาน (คลิป)