หนุ่มอดีตเชฟ ซิ่งเก๋งชนดะ หนีตำรวจตามไล่ล่า หลังก่อเหตุกระชากสร้อยคุณป้าวัย61 พบยืมรถจยย.รปภ.มาก่อเหตุ อ้างหาเงินใช้หนี้เพื่อน
วันที่ 1 พ.ย. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 สั่งการให้ พ.ต.อ.อนันต์ วรสาสตร์ ผกก.สน.บางเขน ตรวจสอบเหตุวิ่งราวทรัพย์ บริเวณริมถนนภายในซอยพหลโยธิน 48 จากปากซอยเข้าไป ประมาณ 5 ม. ต่อเนื่องไปถึงบริเวณหน้ากรมทหารสื่อสาร ตรงช่องทางเดินรถที่ 3 ขวาสุด ถนนมี 3 ช่องทางเดินรถ อนุสาวรีย์ บางเขน กทม.
จากการตรวจสอบพบผู้เสียหายหญิง อายุ 61 ปี ทรัพย์สินเสียหายสร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 1 บาท ราคาประมาณ 60,000 บาท จากการสอบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุ เป็นชายไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง รูปร่างสันทัด สูงประมาณ 170 ซ.ม. ขณะก่อเหตุไม่สวมหมวกกันน็อต สวมแว่นตาใส สวมเสื้อยืดโปโลสีชมพู สวมกางเกงขายาว (จำสีไม่ได้) ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นคลิก 125 ไอ สีเทา ดำ ทะเบียน 1 กบ 3774 กรุงเทพฯ ช่วงเวลาประมาณ 08.55 น.
ผู้เสียหายได้ขับขี่รถ จยย.ฮอนด้าคลิก สีแดง ทะเบียน ขธย 958 สระบุรี ออกมาจากการซื้อของจากตลาดยิ่งเจริญ มุ่งหน้ามาตามถนนโยธิน เพื่อจะกลับบ้านภายในซอยพหลโยธิน 48 ขณะเกิดเหตุได้จอดรถรับสายโทรศัพท์ทางไลน์จากบุตรสาวเข้าไปในซอยดังกล่าวประมาณ 5 ม. ต่อมาได้มีผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ มาจอดขนาบข้างผู้กล่าวหาและสอบถามว่า “ป้าครับ พหลโยธิน 69 ไปทางไหนครับ” ผู้เสียหายตอบว่า “อยู่ฝั่งโน้น” พร้อมทั้งชี้นิ้วไปยังถนนพหลโยธินฝั่งตรงข้าม หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้ขับขี่รถเข้าไปในซอยพหลโยธิน 48 ประมาณ 3 – 5 ม.
ต่อมากลับรถมาหาผู้กล่าวหาลักษณะรถหันหน้าสวนทางกันแบบขนาบข้าง ระยะห่างของรถทั้งสองคันไม่ถึง 1 ม. โดยรถของผู้ต้องหาหันโฉมหน้าไปทางถนนพหลโยธิน (ถนนใหญ่) พร้อมทั้งใช้มือข้างขวากระชากสร้อยคอทองคำผู้กล่าวหาขับขี่รถหลบหนีออกไปยังถนนพหลโยธิน ต่อมาผู้กล่าวหาได้ตะโกนเรียกพลเมืองดีเพื่อขอความช่วยเหลือว่า “ช่วยด้วย ๆ มีคนกระชากสร้อย” โดยขณะนั้นไม่มีพลเมืองดีอยู่ที่เกิดเหตุให้ความช่วยเหลือ ผู้กล่าวหาจึงขับขี่รถติดตามผู้ต้องหาไป
ต่อมาทราบว่ารถผู้ต้องหาขับขี่เฉี่ยวชนบริเวณด้านท้ายรถยนต์โตโยต้า รีโว้ สีบอร์นเงิน ทะเบียน 3 ฒฌ 3503 กรุงเทพฯ โดยมี MR.NAING NYEIN LU อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมา แสดงตัวเป็นผู้ขับขี่ โดยจุดชนจะอยู่บริเวณหน้ากรมทหารสื่อสาร ต่อมาผู้เสียหายขอให้ผู้ต้องหาคืนสร้อยคอทองคำมาว่า “เอาทองกูคืนมา ๆ” ผู้ต้องหาพูดขึ้นว่า “ผมไม่ได้เอา”
ต่อมาผู้เสียหายได้ ตะโกนเรียกให้พลเมืองดีเพื่อขอให้ช่วยจับกุมตัว ระยะห่างหว่างผู้กล่าวหากับผู้ต้องหาประมาณ 1 เมตร ต่อมาผู้ต้องหาวิ่งไปที่บริเวณริมถนนตรงบริเวณหน้ากรมทหารสื่อสาร เรียกรถยนต์แท็กซี่รับจ้างสาธารณะที่ฝั่งเดียวกัน และหลบหนีไป หลังเกิดเหตุ ผู้กล่าวหาได้มาร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจนถึงที่สุด
ต่อมาประมาณ 16.30 น. พ.ต.ต.ยุรนันท์ เพชรมณี สว.สส.สน.บางเขน พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวนสน.บางเขน ได้ติดตามจับกุมนาย พีระพล หรือบอม เชื้อชาติ อายุ 43 ปี บริเวณร้านแมคโดนัล ข้างม.กรุงเทพฯ ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
จากการตรวจสอบทราบว่า นายพีระพลจะมาปรากฎตัวที่บริเวณปากซอยวิภาวดีรังสิต 62 จึงได้นำกำลังไปเฝ้าสังเกตุการณ์ ต่อมา. นายพีระพลฯได้ขับขี่รถยนต์โตโยต้าอัลติส สีขาว ทะเบียน ญร 282 กรุงเทพฯ มาถึงบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่นายพีระพลฯ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวหลบหนี ตามเส้นทางถนนวิภาวดี(ขาออก) เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามอย่างกระชั้นชิด
และระหว่างทางผู้ต้องหาได้ขับขี่เฉี่ยวชนรถยนต์ผู้อื่นจำนวนหลายคัน จนมาถึงบริเวณร้านแมคโดนัล ข้างม.กรุงเทพฯ สามารถควบคุมผู้ต้องหาไว้ได้ดังกล่าว จากการสอบสวนทราบว่า สาเหตุที่ก่อเหตุไปนั้นเนื่องจากต้องการนำเงินไปใช้หนีเพื่อน โดยยืมรถจยย. ของรปภ. บริษัทผลิตอาหารที่ทำงานอยู่มาก่อเหตุ ก่อนที่จะเอารถมาจอดทิ้งไว้เปลี่ยนรถหลบหนี
จากการตรวจสอบเหลือเงินจากการขายทองได้เพียงเกือบ 30,000 บาท แต่ก่อนเคยเป็นเชฟทำอาหารมาก่อนหน้าที่จะมาทำงานเป็นหัวหน้าในการทำงานที่บริษัทผลิตอาหารดังกล่าว เบื้องต้นแจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ ก่อนควบคุมผู้ต้องหาไปสน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีตามกฎ



