สกัดจับ อาชญากรข้ามชาติ คารถหรู หลังยักยอกทรัพย์ หอบเงิน 250 ล้าน แปลงสัญชาติ หนีหมายจับนาน 7 ปี หลบซ่อนตัวในบ้านหรูย่านราชพฤกษ์ เผยสาเหตุสืบจนเจอ

วันที่ 13 พ.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. สั่งการให้ พ.ต.อ.ปฏิญญา จีรชนาสิน รอง ผบก.ตม.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 เรียกประชุมทีมสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 และ พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมชุดปฏิบัติการ

หลังได้รับข้อมูลจากประชาชนพลเมืองดี พบห็นพฤติกรรมของชายชาวต่างชาติ รูปพรรณสัณฐานคล้ายคนจีน เข้ามาพักอาศัยในบ้านหรู ย่านถนนราชพฤกษ์ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร มูลค่ากว่า 8 หลัก แต่กลับมีพฤติกรรมแปลก ๆ ไม่ออกไปไหนมาไหนเลย

สกัดจับ อาชญากรข้ามชาติ คารถหรู หลังยักยอกทรัพย์ หอบเงิน 250 ล้าน แปลงสัญชาติ หนีหมายจับนาน 7 ปี หลบซ่อนตัวในบ้านหรูย่านราชพฤกษ์ เผยสาเหตุสืบจนเจอ

สกัดจับ อาชญากรข้ามชาติ คารถหรู หลังยักยอกทรัพย์ หอบเงิน 250 ล้าน แปลงสัญชาติ หนีหมายจับนาน 7 ปี หลบซ่อนตัวในบ้านหรูย่านราชพฤกษ์ เผยสาเหตุสืบจนเจอ

หลังทางเจ้าหน้าที่จึงได้ปลอมเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยแฝงตัวไปอยู่บริเวณด้านนอกหมู่บ้านเพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวเป็นเวลานานร่วมสัปดาห์ จนพบรถยนต์ ยี่ห้อวอลโว่ สีขาว ได้ขับเข้ามารับบุคคลต่างชาติเป้าหมายออกไปนอกหมู่บ้านเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เฝ้าสังเกตการณ์มา จึงวางกำลังดักซุ่มตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่

กระทั่งพบรถยนต์ ยี่ห้อวอลโว่ สีขาว คันดังกล่าวเปิดไฟเลี้ยวเตรียมจะเข้ามาที่หมู่บ้าน จึงได้แสดงตนขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ภายในรถพบเป้าหมายทราบชื่อ จากหนังสือเดินทางคือ นายอู๋ อายุ 40 ปี สัญชาติวานูอาตู พบตราประทับเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรล่าสุดตั้งแต่เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว การอนุญาตสิ้นสุดลงแล้ว

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบเบื้องต้นว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” และควบคุมตัวนายอู๋ ไปทำบันทึกจับกุมที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่ระหว่างทางนายอู๋กลับมามีท่าทีวิตกกังวล บอกว่า ตนเป็นพลเมืองวานูอาตู ไม่ใช่คนจีน

เจ้าหน้าที่พบพิรุธดังกล่าว จึงได้เร่งตรวจสอบประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ทำให้ทราบว่า นายอู๋ เป็นบุคคลที่สำนักงานอัยการเมืองเฉาโจว ได้อนุมัติหมายจับในข้อหายักยอกเงินของบริษัท

โดยในปี 2561 นายอู๋ เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายโครงการอสังหาริมทรัพย์หรูในประเทศจีน อาศัยตำแหน่งหน้าที่วางกลอุบายเสนอ “ราคาพิเศษ” ให้กับลูกค้าผู้ซื้อบ้านรวมทั้งสิ้น 48 ราย โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของตนเองเพื่อรับส่วนลดในโควตาของตน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย กว่า 50 ล้านหยวน หรือมากกว่า 250 ล้านบาท

ก่อนที่จะเชิดเงินจำนวนดังกล่าวหนีออกจากประเทศจีน เดินทางข้ามทวีปไปเปลี่ยนสัญชาติเป็นวานูอาตู เพื่อป้องกันการติดตามตัวของทางการจีน นายอู๋ใช้หนังสือเดินทางวานูอาตู ในการหลบซ่อน รอดพ้นจากการจับกุมมาเป็นเวลากว่า 7 ปี

จนกระทั่งปี 2568 ตำรวจสากลได้ออกประกาศสืบจับสีแดง (INTERPOL’s Red Notice) เพื่อติดตามจับกุมตัวนายอู๋ในฐานะอาชญากรข้ามชาติ ก่อนที่จะถูกรวบตัวได้ ซึ่งหลังจากนี้ สตม.จะได้สืบสวนขยายผลเกี่ยวกับทรัพย์สินเช่น บ้าน รถหรู รวมถึงผู้ที่ให้การช่วยเหลือหรืออาจอยู่ในขบวนการต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน