เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 15 พ.ย. นายอ๊อด นุ่นสำลี อายุ 41 ปี อาชีพค้าขายของชำ ร้านขายส่ง พร้อมนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้า พบ พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รองผกก.สส.สน.โคกคราม พ.ต.ท.สุวรรณ ผลอินทร์ รอง.ผกก. (สอบสวน) สน.โคกคราม หลังถูกงัดเข้าบ้านเพื่อโจรกรรมทรัพย์สิน ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวถูกงัดมาแล้ว 6 ครั้ง 4 ครั้งแรกคนร้ายไม่ได้ทรัพย์สินอะไรไป แต่ครั้งที่ 5 ได้รถยนต์ ยี่ห้อ อิซูซุ สีดำ ทะเบียน ลว 158 กรุงเทพฯ และครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา คนร้ายจำนวน 3 คน ขับยานพาหนะรถยนต์ และรถจยย. เข้างัดร้านค้าจำพวก บุหรี่ เหล้า เงินสด ต่างๆราคากว่าหลายแสนบาท หลังเกิดเหตุก็ได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สน.โคกคราม แต่ชุดสืบสวน สน.โคกคราม กับอ้างว่าต้องมีค่าใช้จ่ายในการจับกุมคนร้าย นายอ๊อดจึงปฎิเสธจะให้เงินที่ชุดสืบสวนไป คดีนี้จึงเงียบไม่มีการเร่งรัดจับกุมคนร้ายแต่อย่างใด

 

นายอ๊อด เปิดเผยว่า ตนได้โดนลักทรัพย์มาแล้วมากกว่า 6 ครั้ง โดยครั้งใหญ่มีจำนวน 3 ครั้ง ครั้งแรกโดนขโมยรถยนต์อีซูซุ ครั้งที่สามเกิดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมามีคนร้ายเข้าไปงัดบ้านโดยเอาเงินสด ทรัพย์สินมีค่า จำพวก เงินสด บุหรี่ และเหล้าจำนวนหลายลัง ซึ่งในทุกครั้งตนได้เดินทางมาแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่คดีไม่มีความคืบหน้า จึงมีความหวาดกลัวว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรหากไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

 

ทั้งนี้ตนเคยมาแจ้งความหลายครั้งแต่ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้คำพูดประมาณว่า “หากจะให้ดำเนินการทุกอย่างต้องมีค่าใช้จ่าย” ซึ่งเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าวก็รู้สึกว่าไม่ค่อยสบายใจ อย่างไรก็ตามในวันนี้ได้นำหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิด ภาพนิ่ง และทะเบียนรถของตนที่ถูกขโมยไปมาให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเป็นสายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายใส่รองเท้าผ้าใบและถุงมือ มีความชำนาญในการก่อเหตุ เนื่องจากว่าถ้าเป็นโจรทั่วไปจะใส่รองเท้าแตะ ไม่ใส่ถุงมืออย่างที่ปรากฎตามคลิป
ด้าน พ.ต.ท.ทัสสุมิ กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจจะรีบดำเนินการให้ทันที ทั้งนี้สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการพูดจาเชิงมีการเรียกรับเงินจะต้องทำการตรวจสอบหากพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าวก็จะดำเนินการตามมาตราการทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน