นายกสมาคมวิศวกรฯ เปิด 3 ข้อสันนิษฐาน เครนถล่มพระราม2 จี้ตั้งกรรมการอิสระสอบสวน ลงโทษผู้กระทำผิดเข้มงวด อนาคตต้องแก้กฎหมาย รับการก่อสร้างขนาดใหญ่
เมื่อวันที่ 15 ม.ค.69 กรณีเหตุคานปูน (Segment) และเครน (Launching Gantry Crane) ถล่ม ซึ่งเป็นชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้ก่อสร้างทางยกระดับ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 กม.30+300 ถนนพระราม 2 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน และเสียชีวิต 2 ราย และเหตุการณ์ ฐานรองเครนลอนเชอร์ ถล่มทับรถไฟ ในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่สีคิ้ว ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่เครนลอนเชอร์พระราม 2 ถล่ม ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุดังนี้
1.เครนลอนเชอร์ (Launching crane) ถล่มแบบหักตรงกลาง เป็นรูปคล้ายตัววี (V-shaped) แสดงให้เห็นว่า โครงเหล็กลอนเชอร์ไม่สามารถรับน้ำหนักได้
2.ขณะที่เกิดการพังถล่ม มีชิ้นส่วนเซ็กเมนต์คอนกรีตห้อยแขวนอยู่หลายชิ้น และร่วงลงมาทับรถยนต์สองคัน แสดงว่าการถล่มเกิดขึ้นอยู่ในระหว่างการติดตั้งชิ้นส่วน และน้ำหนักของชิ้นส่วนคอนกรีตที่ห้อยแขวนอยู่ทำให้เครนหักตรงกลาง
3. การหักตรงกลางของเครน อาจเกิดขึ้นที่ชิ้นส่วนของเครนเอง หรือเกิดขึ้นที่จุดต่อระหว่างชิ้นส่วนที่นำมาต่อกัน ปกติแล้วเครนลอนเชอร์ที่มีความยาว จะมีรอยต่อระหว่างส่วนต่า งๆของเครนที่ยึดกันด้วยหมุดยึด (Pin หรือ Bolt) จึงต้องไปตรวจสอบในพื้นที่ว่า จุดที่เครนหักตรงกลางตรงกับจุดต่อหรือไม่ และมีความบกพร่องในเรื่องการประกอบติดตั้งเครนหรือไม่
ศ.ดร.อมร กล่าวต่อว่า มีความแตกต่างกันระหว่างการถล่มของเครนลอนเชอร์พระราม 2 กับกรณีสีคิ้ว เนื่องจากกรณีพระราม 2 ที่เกิดขึ้นวันนี้ เป็นการหักที่ตัวเครนเอง ในขณะที่มีชิ้นส่วนเซ็กเมนต์ห้อยแขวนอยู่ แต่ในกรณีของเครนสีคิ้วนั้น เป็นการพังถล่มของชิ้นส่วนที่เป็นฐานรองรับเครน โดยที่ตัวเครนไม่ได้หักลงมา และการเป็นถล่มในระหว่างที่กำลังเคลื่อนย้ายเครนลอนเชอร์ไปยังช่วงถัดไป
“ทั้งสองกรณีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านมาตรฐานด้านความปลอดภัย ของการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ รัฐบาลจึงควรหยุดโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ใกล้พื้นที่สาธารณะไว้ก่อน และกลับมาทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด
รวมตั้งคณะกรรมการที่เป็นอิสระสอบสวนสาเหตุ และบังคับใช้กฎหมายลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดต่อไป รวมทั้งในอนาคตข้างหน้าจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย เพื่อรองรับการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ” นายกสมาคมวิศวกรฯ กล่าว



