เปิดผลโพล มติชนxเดลินิวส์ รอบ 2 ‘เท้ง’ แซง ‘ยศชนัน’ พรรคประชาชนยังแรง เผยเหตุผลที่เลือก สส.เขต-บัญชีรายชื่อ ชอบนโยบายพรรคเป็นอันดับ 1 ชี้ผลโหวต 83.2 % จะเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2569 สำหรับการทำโพล มติชน-เดลินิวส์ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 9-15 ม.ค. เพื่อสำรวจความคิดเห็นในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.2569 โดยสำรวจผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ชของสื่อทั้ง 2 ฉบับ สรุปผลจากผู้ทำแบบสอบถาม 28,002 ราย
เท้ง แซง ยศชนัน บุคคลที่อยากให้เป็นนายกฯ
คำถามแรกในการทำโพลมติชน-เดลินิวส์ ครั้งที่ 2 ถามว่าบุคคลที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป อันดับ 1 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 35.2 % อันดับ 2 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 32 % อันดับ 3 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 5.4 % อันดับ 4 นายอนุทิน ชาญวีรกูล 4.5 %
อันดับ 5 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 3.8 % อันดับ 6 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 3.5 % อันดับ 7 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ 2.5 % อันดับ 8 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 2.4 % ส่วนยังไม่ตัดสินใจ 2.4 % และอื่น ๆ 8.4 %
โหวตพรรคประชาชนอันดับ 1 เลือก สส.บัญชีรายชื่อ
เมื่อถามว่าจะเลือก สส.บัญชีรายชื่อจากพรรคการเมืองใด อันดับ 1 เลือก ส.ส.พรรคประชาชน 41.1 % อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 28 % อันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย 7.2 % อันดับ 4 พรรคไทยสร้างไทย 5.3 %
อันดับ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ 4.6 % อันดับ 6 พรรคประชาธิปัตย์ 3.8 % พรรค อันดับ 7 พรรคโอกาสใหม่ 2.5 % อันดับ 8 พรรคเศรษฐกิจ 1.6 % ยังไม่ตัดสินใจ 1.7 % และอื่น ๆ 4.1 %
เผยเหตุผล-เลือกเพราะนโยบายพรรค
สำหรับปัจจัยที่เลือก สส.ระบบบัญชีรายชื่อนั้น อันดับ 1 เลือกเพราะนโยบายพรรค 55.9% อันดับ 2 เลือกเพราะชื่นชอบแคนดิเดตนายกฯของพรรค 19.4% อันดับ 3 เลือกเพราะเชื่อมั่นหัวหน้าพรรค 17.3 % พึงพอใจคุณสมบัติผู้สมัคร 5.4 % และ อื่น ๆ 2%
ถามว่าจะเลือก สส.ระบบเขตจากพรรคการเมืองใด พบว่า อันดับ 1 พรรคประชาชน 37.9 % อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 35.8 % อันดับ 3 พรรคไทยสร้างไทย 5.3 % อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย 4.7 % อันดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ 3.5 %
อันดับ 6 พรรครวมไทยสร้างชาติ 2.6% อันดับ 7 พรรคโอกาสใหม่ 2.5 % อันดับ 8 พรรคเศรษฐกิจ 1.5 % ยังไม่ตัดสินใจ 2.6 % และอื่นๆ 4%
ให้น้ำหนักกับพรรคมีนโยบายด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก
ส่วนปัจจัยที่ทำให้เลือก สส.ระบบเขต พบว่าอันดับ 1 ชอบนโยบายพรรคการเมือง 52.3% อันดับ 2 พึงพอใจคุณสมบัติผู้สมัคร 17.6 % อันดับ 3 เชื่อมั่นหัวหน้าพรรค 15.4 % อันดับ 4 ชื่นชอบแคนดิเดตนายกฯของพรรค 13 % และอื่นๆ 1.8 %
เมื่อถามว่าให้น้ำหนักกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขปัญหาด้านใดมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 นโยบายด้านเศรษฐกิจ 58.4 % อันดับ 2 นโยบายด้านปราบทุจริต สแกมเมอร์ ทุนเทา 31.6 % อันดับ 3 นโยบายด้านความมั่นคง แก้ปัญหาชายแดน 6.6 % และอื่นๆ 3.4 %
โพล 83.2 % จะเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อสอบถามว่าจะไปลงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.2569 หรือไม่ พบว่า 96.4 % ตอบว่าไป และตอบว่าไม่ไป 3.6 %
เมื่อถามว่าจะเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ พบว่า อันดับ 1 เห็นชอบ 83.2 % อันดับ 2 ไม่เห็นชอบ 10.6 % และ ไม่แสดงความคิดเห็น 6.2 %
นักวิชาการส่องโพลมติชน-เดลินิวส์ ฟันธง ปชน.ได้เขตลดลง
ด้าน ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ผลโพลมติชน-เดลินิวส์ว่า หากผลโพลออกมาเป็นเช่นนี้ หมายความว่า พรรคประชาชนยังนำพรรคเพื่อไทย แต่สะท้อนว่าในพื้นที่ กทม. พรรคเพื่อไทยยังชิงพื้นที่จากพรรคประชาชนได้ เพราะในคะแนนโพลเรื่อง สส.เขต ทั้ง 2 พรรคยังเบียดกันอยู่ ตรงกับข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ตนเคยได้รับว่า พรรคประชาชนจะไม่สามารถรักษาพื้นที่ กทม.ไว้ได้ทั้ง 32 เขต
ดร.สติธร กล่าวว่า ส่วนการสะท้อนพื้นที่ภูมิภาคอื่นนั้น เนื่องจากผลโพลนี้สะท้อนภาพคนเมืองที่เป็น Active Citizen ที่อาศัยอยู่ในเมือง จึงสะท้อนได้ว่าพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เป็นเขตเมืองหรือเขตอุตสหกรรม เช่น จ.สมุทรปราการ พรรคประชาชนยังมีความอุ่นใจ แต่หากเป็นเขตรอบนอกที่บ้านใหญ่ยังมีอิทธิพล ก็ยังเสียวหน่อย และตนเชื่อว่า ในการเลือกตั้งรอบนี้คนจะพิจารณาผู้สมัคร สส.เขตมากขึ้น ไม่เหมือนครั้งก่อนที่คนจะเลือกทั้งพรรคและตัวผู้สมัคร มีความเป็นไปได้ว่า จากคนที่เลือกพรรคประชาชน 2 ใบ รอบนี้อาจจะเลือกใบเดียว โดยคาดการณ์ว่าพรรคประชาชนจะได้ สส.บัญชีรายชื่อประมาณ 45 คน
ดร.สติธร วิเคราะห์ตัวเลขผลการเลือกตั้งว่า ในส่วนของพรรคประชาชน ตนยังเชื่อว่าจำนวน สส.เขตจะลดลง จาก 112 คนน่าจะเหลือ 90 คน หากบวกกับจำนวน สส.บัญชีรายชื่อ คาดว่าจะได้ สส.รวมกัน 135 คน
คาดภูมิใจไทยได้ 158 สส.-เพื่อไทยได้ 114 สส.
ส่วนพรรคภูมิใจไทย หากดูจากผลโพล ประเมินว่าจะได้ สส.บัญชีรายชื่อ 18 คน ส่วน สส.เขตนั้น หากประเมินจากพื้นที่ต่างจังหวัด และการที่คะแนนของพรรคประชาชน ตัดกับคะแนนของพรรคเพื่อไทย คาดว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ สส.เขต 140 คน รวมเป็น 158 คน
ส่วนพรรคเพื่อไทย ประเมินว่าจะได้ สส.บัญชีรายชื่อ 22 คน ส่วน สส.เขตนั้น ที่เคยได้ก็อาจจะยังรักษาไว้ได้อยู่ ซึ่งตนประเมินว่าเสียให้พรรคคู่แข่งไป 20 คน จึงคาดว่าจะได้ สส.เขต 92 คน รวมแล้วจะได้ สส.ทั้งหมด 114 คน
ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ผลโพลมติชน-เดลินิวส์ว่า ผลโพลคงไม่ได้บอกทั้งหมด แต่อาจจะเบี่ยงเบนไปพอสมควร แต่ก็อนุมานได้ว่า บรรดาคนที่ติดตามการเมืองมีความคิดเห็นประมานนี้ แต่คงไม่ได้บ่งชี้ผลที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ตอบโพล
ดร.ปุรวิชญ์ กล่าวว่า จากผลโพลคงยังไม่ใช่ตัวตัดสินว่าใครจะแพ้หรือชนะ เพราะคะแนนยังเฉือนกันไม่มาก แต่ถ้าในสนาม กทม. พรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยน่าจะหํ้าหั่นกันพอสมควร
ชี้ ‘ยศชนัน’ ช่วยดึงคะแนนให้เพื่อไทย
ดร.ปุรวิชญ์ กล่าวว่า หากดูจากโพลการเลือกตั้งครั้งนี้ สะท้อนถึงการตัดคะแนนที่ยังไม่เยอะ มองว่าในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต แม้จะเป็น 2 สัปดาห์สุดท้าย ยังมีโอกาส 50 ต่อ 50 ที่ยังพลิกได้ นอกจากนี้ ผลโพลยังสะท้อนการโหวต สส.แบบแบ่งเขต และ สส.บัญชีรายชื่อแบบแยกกัน
เช่นอาจมีหลายพื้นที่ที่เลือกพรรคเดิม แต่ไม่เลือก สส.เขตคนเดิม โดยเฉพาะของพรรคประชาชน ที่ผ่านมาผลงานส่วนใหญ่เป็นของ สส.บัญชีรายชื่อ แต่ผลงาน สส.เขตหลายคนยังไม่เข้าตา แต่ยังมองว่าพรรคประชาชนยังมีโอกาสได้ สส.บัญชีรายชื่อถึง 40 คน
ดร.ปุรวิชญ์ กล่าวว่า ส่วนพรรคเพื่อไทย แม้ผลโพลจะตามหลัง แต่หากดูจากข้อมูลและกระแส สำหรับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตยังถือว่าใช้ได้ ถึงแม้ว่าผลโพลรอบนี้คะแนนนิยมพรรคจะไม่ได้เยอะเท่าพรรคประชาชน แต่ยังมองว่าความนิยมของนายยศชนัน จะสามารถช่วยดึงคะแนนการเลือกตั้ง สส.เขตได้ ส่วน สส.บัญชีรายชื่อ คาดว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะได้มากกว่า 20 คน
ดร.ปุรวิชญ์ วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งว่า ขอแทงสวน ดร.สติธร เพราะตนยังให้พรรคประชาชนยังได้ สส.ทั้งหมด 150-160 คน ส่วนพรรคภูมิใจไทย ตนคาดว่าจะได้ สส.ทั้งหมด 120-140 คน เพราะตนไม่เชื่อว่าตัวตึงของพรรคภูมิใจไทยจะเข้าวินทั้งหมด ส่วนพรรคเพื่อไทย ประเมินว่าจะได้ 90-110 คน




