ศาลแพ่งอนุญาตให้อายัดทรัพย์ไว้ต่อหลัง อัยการยื่นขอคุ้มครอง ขอยังไม่ให้คืนทรัพย์ ทนายตั้มกับเมีย จนกว่าศาลอุทธรณ์จะพิพากษาเเล้ว อสส.ทราบเรื่องให้อัยการเจ้าของสำนวนเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ศาลแพ่ง มีคำพิพากษา ยกคำร้องอัยการ ขอริบทรัพย์ “ทนายตั้ม-ภรรยา” ในคดีฉ้อโกง น.ส.จตุพร หรือ เจ๊อ้อย เหตุพยานน้ำหนักน้อย โดยให้คืนทรัพย์ 74 ล้าน

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายสุเทพ เยี่ยมศิริ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลเเพ่ง ขอให้คุ้มครองทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา อันมีลักษะเป็นปกติธุระ เเละความผิดฐานฟอกเงิน

อีกทั้งยังเป็นอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ประเภทเงินฝากในบัญชีธนาคาร อันเป็นทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง สามารถโอน ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นได้โดยง่าย หากมิได้มีการออกคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินดั ชั่วคราว เมื่อเจ้าของหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีสิทธิในทรัพย์สินดำเนินการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินดังกล่าวไปเสีย

หากผู้ร้องอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษาให้นำทรัพย์สินดังกล่าวไปคืนหรือชดใช้คืนแก่ ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ก็เป็นการยากที่จะติดตามเอาคืนหรือไม่อาจเอาทรัพย์สินนั้นคืนมาได้ อันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายได้อาศัยอำนาจตาม พรบ.ป้องกันและปราบปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542มาตรา 59 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (1) และ มาตรา 260

จึงขอศาลได้โปรดมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินพร้อมดอก ผลที่เกิดขึ้น นายษิทรา เบี้ยบังเกิด กับพวก ที่ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ไปคืนหรือชดใช้คืนแก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องในระหว่างพิจารณา

โดยศาลแพ่งมีคำสั่งอนุญาตให้อายัดทรัพย์สิน ไว้ชั่วคราวจนกว่าผลคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จะออกมา

สำหรับผลของคำสั่งอายัดของศาลเเพ่งจะมีกำหนดระยะเวลา 7 วันเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เนื่องจากกฎหมายฟอกเงินให้นำ ป.วิแพ่งมาใช้

หากผู้ร้องคืออัยการมายื่นให้ศาลอายัดต่อก็จะอายัดได้ตลอดจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ถ้าระหว่างนี้ศาลอุทธรณ์ไม่สั่งมาก็จะต้องรอผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เหมือนคดีแพ่งทั่วไป

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า เรื่องนี้ทางอัยการสูงสุดได้รับทราบในประเด็นที่ศาลมีคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว โดยเบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ คณะทำงานสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ระหว่างที่รอคำพิพากษาฉบับเต็ม จากศาลแพ่ง ยังมีในงานว่าในวันนี้นายสุเทพได้เดินทางมาชี้แจงต่อคณะทำงานดังกล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน