เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 16 พ.ย. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งดำเนินเป็นวันที่ 34 จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร จากนั้นถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จาก วัดอนงคารามวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 15 พ.ย. ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

news59bg01

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ เมื่อวันที่ 15 พ.ย. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ไห้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.00 น. ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 29,669 คน รวม 18 วันมี 530,585 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,370,406 บาท รวม 18 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 36,338,384.75 บาท

vek_5456

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า วันนี้เป็นวันที่ 19 ที่มีพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. (ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท) โดยมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเฝ้ารอต่อคิวเพื่อเข้าถวายบังคมพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืด ซึ่งเจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้าทางประตูวิเศษไชยศรีอย่างเป็นระเบียบ ในเวลา 05.00 น.

vek_5495

จากนั้นได้เปลี่ยนทางเข้าเป็นประตูมณีนพรัตน์ ถนนหน้าพระลาน ในเวลา 08.30 น. เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี โดยประชาชนที่มาถวายบังคมพระบรมศพ ต่างอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ ซึ่งหลังจากเข้าถวายบังคมพระบรมศพแล้ว สำนักพระราชวังแจกภาพพระบรมโกศ พระบรมศพ พิมพ์ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรทุกคนเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

s__4268104

น.ส.ศิริรวรรณ พิลาตัน อายุ 17 ปี อยู่ชั้นม.6 โรงเรียนบางมดวิทยา (สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์) กล่าวว่า วันนี้ตนพาแม่และยายคำ ศรีลาชัย อายุ 65 ปี ที่มาจากอ.อุทุมพรางสัย จ.ศรีสะเกษ มาถวายบังคมพระบรมศพพระองค์ท่าน โดยออกจากบ้านที่กรุงเทพฯตั้งแต่ 03.00 น. จนถึงบริเวณพระบรมมหาราชวังเมื่อ 04.00 น. กระทั่งได้เข้าไปในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท 08.00 น.

น.ส.ศิริรวรรณ พิลาตัน อายุ 17 ปี และคุณยาย

น.ส.ศิริรวรรณ พิลาตัน อายุ 17 ปี และคุณยาย

น.ส.ศิริรวรรณ กล่าวต่อว่า ตนรับรู้มาตลอดว่าแม่และยายรักพระองค์ท่านแค่ไหน เมื่อตอนได้กราบพระบรมโกศเห็นแม่และยายร้องไห้ ก็รู้สึกเศร้าและตื้นตันใจไปด้วย พวกท่านสอนและปลูกฝังมาตลอดตั้งแต่เด็กว่าให้พอเพียง มีวินัย เป็นคนดี และเล่าเสมอว่าพระองค์ท่านเสด็จมาภาคใต้ แจกเสื้อ และถามความเป็นอยู่ราษฎร์ บวกกับตนเห็นพระราชกรณียกิจต่างๆของพระองค์ท่านทางโทรทัศน์ จึงทำให้ตนรักพระองค์ท่านไปด้วย

s__4268107

“อย่าให้อาหารเขา จงให้เมล็ดเขา เขาอยากได้อะไรเราต้องสอน คำสอนพระองค์ท่านเรื่องนี้ หนูจำได้ดี ยายก็สอนหนูและทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ที่บ้านปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ปลูกดอกไม้ขาย ยายสอนว่าให้ทำงาน ไม่ให้นอนอยู่เฉยๆ และหนูจะทำตามคำสอนยาย ตั้งใจเรียน และจะเป็นคนดีของสังคม” น.ส.ศิริรวรรณ กล่าว

s__4268108

ส่วนนายนพดล อิ่มเอิม อายุ 49 ปี ชาวจ.นนทบุรี กล่าวว่า ตนพาด.ช.ธนธรรม อิ่มเอิ่ม ลูกชายเรียนอยู่ชั้นป.5 และ ด.ญ.ธัญญา อิ่มเอิ่ม ลูกสาวเรียนอยู่ชั้นป.3 มาถวายบังคมพระบรมศพพระองค์ท่าน ออกจากบ้านตั้งแต่ 04.30 น. กระทั่งถึงบริเวณพระบรมมหาราชวังเมื่อ 09.05 น. เมื่อได้กราบรู้สึกเศร้าใจและเป็นปลื้มไปด้วย ที่ได้เข้ามาใกล้ชิดพระองค์ท่านขนาดนี้

นายนพดล อิ่มเอิม อายุ 49 ปี ชาวจ.นนทบุรี มาพร้อมลูกชาย ลูกสาว

นายนพดล อิ่มเอิม อายุ 49 ปี ชาวจ.นนทบุรี มาพร้อมลูกชาย ลูกสาว

“เมื่อตอนรอต่อคิวเข้าพระบรมมหาราชวัง ลูกๆบ่นร้อนเหนื่อย ผมก็สอนเขาว่า พระองค์ท่านทรงงานหนักกว่าเราตั้งเยอะ เราเหนื่อยแค่นี้เองลูก ผมคอยสอนพวกลูกมาตลอดให้เขามีความอดทน ประหยัด พอเพียง ตั้งใจเรียน และเป็นคนดีของสังคม” นายนพดล กล่าว

นายนพดล กล่าวอีกว่า ในส่วนของตนประกอบอาชีพขายยางรถ เปลี่ยนยางรถ และเติมลมรถ ทุกวันนี้ยังให้บริการเติมลมฟรีกับลูกค้า ตนอยากช่วยเหลืออะไรนิดๆหน่อยๆเท่าที่ทำได้ เพื่อตอบแทนพระองค์ท่าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาแสดงความอาลัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชนประจำวันที่ 16 พ.ย. ประกอบด้วยมื้อเช้าเวลา 07.00 กระเพาะปลา 1,500 ถ้วย นมหนองโพ 2,000 กล่อง กาแฟสด 600 แก้ว มื้อกลางวัน 11.00 น.ก๋วยเตี๋ยวเรือ 1,000 ชาม ข้าวเหนียวหมู 1,000 ชุด ข้าวหน้าเป็ด 1,000 จาน ขนมปัง 500 ชิ้น ขนมไทย 300 ชิ้น มื้อบ่ายเวลา 13.00 น.ขนมไทย 1,000 กล่อง ชีฟฟอน 1,000 ชิ้น เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง เค้กเมืองตรัง 4,800 ชิ้น มื้อเย็นเวลา 17.00 น. หมี่มงคล-หมี่หนำเหลี่ยว 2,000 ชาม ข้าวเหนียวหมูย่างเมืองตรัง 1,500 จาน หมี่กะทิ 1,000 ชาม ขณะเดียวกันมีน้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ส่วนที่เต็นท์มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช เต็นท์ที่ 11 โซนเหนือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โปรดให้หน่วยแพทย์พระราชทานและประทานจากรพ.จุฬาภรณ์ รพ.วิชัยยุทธ และรพ.ปทุมธานี จำนวน 27 คน ร่วมให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ

โดยมีจำนวนประชาชนที่เข้าพบแพทย์เฉลี่ยวันละ 400 ราย ส่วนใหญ่มีอาการอ่อนเพลีย ท้องเสีย เป็นไข้หวัด และความดันโลหิตสูงในกลุ่มผู้สูงอายุ หากมีผู้ป่วยอาการหนักเจ้าหน้าที่จะส่งต่อให้ รพ.สนาม ของกองทัพอากาศ เพื่อประเมินอาการและความพร้อมในการรักษา ซึ่งเจ้าหน้าที่แนะนำการเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางมาร่วมถวายบังคมพระบรมศพว่า หากมีโรคประจำตัวให้นำยาติดตัวมาด้วย เจ้าหน้าที่จะได้ทราบว่าทานยาอะไรอยู่บ้าง และหากมีอาการแพ้ยาควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ต้องกลัวเรื่องการหาห้องน้ำเข้า เพราะช่วงนี้อากาศร้อนทำให้ร่างกายเสียน้ำมาก ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ได้พระราชทานและประทานอาหารให้เจ้าหน้าที่นำอาหารมาแจกให้แก่ประชาชนทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ โดยเมนูวันนี้เป็นข้าวหมูกระเทียมจำนวน 500 ชุด

เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพล แด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ต่อมาเวลา 11.30 น. ศูนย์ข่าวงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำนักพระราชวัง ชี้แจงเรื่องการขอเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า หลังจากการพระราชพิธีทางบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายพระบรมศพ เป็นพระราชกุศล ผู้มีความประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สามารถแสดงความจำนงขอเป็นเจ้าภาพได้มาตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 โดยผู้มีความประสงค์สามารถดาวน์โหลดตัวอย่างหนังสือ การขอร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ที่ www.brh.thaigov.net ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2559 เป็นต้นมา

หรือขอตัวอย่างหนังสือได้ที่ฝ่ายทะเบียน สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) และเมื่อเขียนหรือพิมพ์ครบถ้วนแล้ว สามารถส่งมาที่สำนักพระราชวังได้ 4 ช่องทางคือ (1.) ส่งเอกสารด้วยตนเองที่ฝ่ายทะเบียน อาคาร 601 สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร (2.) ส่งเอกสารทางโทรสารหมายเลข 022808708 (3.) ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ พร้อมจ่าหน้าซองถึง เรียนเลขาธิการพระราชวัง สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 และ (4.) ส่งทาง E-mail address : [email protected]

โดยแสกนเป็นไฟล์ PDF และเมื่อผู้ขอได้ส่งเอกสารการจองเป็นเจ้าภาพร่วม ในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้ว สำนักพระราชวังจะส่งหนังสือตอบรับ กำหนดวันและแจ้งรายละเอียดในการเป็นเจ้าภาพให้ทราบ ก่อนวันและเวลาที่ท่านเป็นเจ้าภาพ 15 วัน สำหรับผู้แจ้งความเป็นประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพร่วม สามารถสมทบทุนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ตามศรัทธา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน