โฆษกตร. ยืนยันตำรวจเรียกเงินค่าน้ำมัน 300 บาท 2 เคสในพื้นที่ สภ.ม่วงสามสิบ เป็นคนเดียวกัน เตรียมเอาผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่-เรียกรับผลประโยชน์

วันที่ 7 เม.ย. 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่ชาวบ้านร้องเรียนถูกพนักงานสอบสวนสภ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เรียกรับค่าน้ำมันแลกกับการเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายลักทรัพย์ในพื้นที่ อ.ม่วงสามสิบ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ทำให้ สตช.ได้รับความเสียหาย

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ทาง ผบ.ตร ได้สั่งการให้ตำรวจ ในพื้นที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เบื้องต้นพบว่า เป็นนายตำรวจยศ พ.ต.ท. ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน ได้ใช้วาจาไม่เหมาะสมในการเรียกรับเงิน 300 บาท เพื่อเป็นค่าน้ำมันในการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุจริง ซึ่งเรื่องนี้ทางผู้กำกับการสถานีตำรวจดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงถึงความไม่เหมาะสม พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

อีกทั้งยังมีคำสั่งให้นายตำรวจคนดังกล่าวไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองอุบลราชธานีพร้อมสืบสวนข้อเท็จจริงหากพบว่ามีความผิดจริง ก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา แต่ในขณะเดียวกันมีการตรวจสอบพบว่า ตำรวจนายดังกล่าวถูกร้องเรียนจากชาวบ้านม่วงสามสิบเช่นกันในกรณีเรียกรับ ค่าน้ำมันในการเดินทางไปขอหมายจับคดีหลอกลวงออนไลน์อีก 3,000 บาท

ซึ่งขณะนี้ยัง อยู่ระหว่างติดต่อกับผู้เสียหาย หากมีการเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะดำเนินการ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาตรา 157 และ เข้าข่ายความผิดเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์มาตรา 149

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีนโยบายในการที่ จะไปรับค่าน้ำมันจากสถานการณ์วิกฤติน้ำมันแพง เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจัดสรรงบประมาณ ลงไปยังพื้นที่อย่างเพียงพอ

เพราะล่าสุดได้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในช่วงวิกฤติ แม้ว่าจะมีเสียงครหาจากตำรวจชั้นผู้น้อยที่ยังเข้าไม่ถึง ยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีไอ้โม่งที่จะกักตุนน้ำมันอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากมีก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่ละเว้น

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำในเรื่องการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องระบบสายตรวจ ที่มีการใช้ยานพาหนะ ในแต่ละวงรอบ ซึ่งยังมีสายตรวจวงรอบ 24 ชั่วโมงให้ความปลอดภัยกับพี่พี่น้องประชาชนเพื่อป้องกันเหตุด่วน-เหตุร้าย

สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ยืนยันว่าตำรวจมีเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงอยู่แล้ว การบริการประชาชนเป็นหน้าที่ ไม่สามารถเรียกร้องค่าบริการได้ สามารถของบประมาณเพิ่มเติมตามระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณได้

ยืนยันว่าจะไม่มีภาพรถตำรวจไม่สามารถออกปฏิบัติหน้าที่ได้เพราะไม่มีน้ำมัน แต่จะการปรับเปลี่ยนการปฏิบัติงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น ปรับจุดตรวจตู้แดงให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำมันแพง เมื่อประชาชนแจ้งเหตุ ตำรวจต้องไปถึงที่เกิดเหตุภายใน 5-15 นาที ต้องมีวงรอบการเข้าตรวจตามจุดต่างๆใน 24 ชั่วโมงตามห้วงเวลาต่าง ๆ และการเข้าถึงเหตุต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่ พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผบช.สกพ. และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ถ้าไม่อยากเป็นตำรวจไม่เป็นไร ก็มีน้อง ๆ อีกหลาย ๆ คน ที่อยากจะเข้ามาเป็นตำรวจ ก็ถ้าไม่อยากเป็นตำรวจก็ไม่เป็นไร ถ้าเป็นแล้วก็ต้องรับในเงื่อนไขเราต้อง บริการพี่น้องประชาชนตามอำนาจหน้าที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน