จากกรณีนางจรูญ (สงวนนามสกุล) หรือป้าติ๋ว อายุ 62 ปี เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้เอาผิดกับนางเรวดี หาแก้ว หรือป้าติ้น และนางวิไลพร รัตนะติสร้อย หรือป้าเล็ก ข้อหาแจ้งความเท็จ หลังจากทั้งคู่เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ดงเย็น จ.อุดรธานี ว่านางจรูญ ยักยอกสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 392785 จำนวน 5 คู่ งวดวันที่ 1 เม.ย.2560 ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท แต่ตำรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีใครนำสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลขดังกล่าวไปขึ้นเงินรางวัลที่กองสลาก ขณะที่ก่อนหน้านี้นางเรวดี หรือป้าติ้น ยังได้ไปแจ้งความเอาผิดนางสุดารัตน์ น้อยนิตย์ หรือป้าดา ที่ สน.ประเวศ ในลักษณะเดียวกัน โดยอ้างว่าถูกหวย 30 ล้าน 2 ปีซ้อน คืองวดวันที่ 1 เม.ย.59 และปี 2560 จึงเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะถูกนางเรวดีกลั่นแกล้ง
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 เม.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม นางสุดารัตน์ หรือ ป้าดา และ นางจรูญ หรือ ป้าติ๋ว เดินทางมาพร้อมกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ทนายความส่วนตัว เข้าขอบคุณและมอบดอกไม้ให้เจ้าหน้าที่กองปราบปราม หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.ป. จับกุมนางเรวดี หรือ ป้าติ้น ได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย
และจับกุมนางวิไลพร หรือป้าเล็ก ได้ที่หน้าบ้านพักย่านวัฒนา หลังศาลจังหวัดมีนบุรีออกหมายจับในข้อหาร่วมกันแจ้งความอันเป็นเท็จ โดยรู้อยู่ว่ามิได้มีการกระทำผิด ขึ้นแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา ซึ่งทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย โดยเจตนาเพื่อกลั่นแกล้ง ให้บุคคลได้รับโทษ หรือรับโทษหนักขึ้น และหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา จากกรณีก่อนหน้านี้นางเรวดี เข้าแจ้งความอ้างว่าถูกนางจรูญ ยักยอกหวย 30 ล้านบาท งวดวันที่ 1 เม.ย.2560 ที่ร่วมกันซื้อจากแผงวัดคำชะโนด จ.อุดรธานี แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการกุเรื่องขึ้นมาทั้งหมด
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนพานางสุดารัตน์และนางจรูญมาชี้ตัวนางเรวดี ผู้ต้องหาที่ถูกจับ หลังพบว่าเรื่องที่นางเรวดีแจ้งความเป็นเรื่องกุขึ้นมา ไม่มีลอตเตอรี่ดังกล่าวจริง หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้กับกองปราบปราม และให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมทั้งนางเรวดีและนางวิไลพร ทั้งหมด 2 คดี ทั้งลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 เม.ย.59 และปี 2560 โดยในส่วนของคดีที่ 1 คือลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 เม.ย.59 จะมีผู้ต้องหาคือนางเรวดีและนางวิไลพร เป็นคดีในพื้นที่ของ สน.ประเวศ ส่วนคดีที่ 2 คือลอตเตอรี่งวดวันที่ 1 เม.ย.60 มีผู้ต้องหาคือนางเรวดี คนเดียว
ส่วนร.ต.ท.สมประสงค์ ปสาทรัตน์ อดีตรอง สว.สอบสวน สน.ประเวศ หรือหมวดโค้ก เป็นผู้นำสำนวนในคดีดังกล่าวไปให้นางสุดารัตน์ รวมถึงให้เอาผิดนางสุดารัตน์ใน 3 ข้อหา คือ ลักทรัพย์เอกสารราชการ นำไปซึ่งเอกสารทางราชการ และนำเอกสารลับทางราชการไปเผยแพร่ในที่สาธารณะ จนทำให้นางสุดารัตน์ถูกจำคุกเป็นเวลา 3-4 วัน ซึ่งตนกำลังส่งเรื่องให้กับทางบช.น. เพื่อสอบวินัยร้ายแรง
“คดีนี้ผมค่อนข้างมั่นใจในพยานหลักฐาน เนื่องจากทางกองปราบปรามมีพยานบุคคล มีการจ้างคนขายลอตเตอรี่ในอัตราวงเงิน 1 ล้านบาท เพื่อเป็นพยานให้ นอกจากนั้นยังเดินทางไปหาเจ้าของที่ถูกลอตเตอรี่จริงที่ จ.ลำพูน เพื่อให้มาเป็นพยานในคดีนี้ และพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบพบว่าไม่มีลายนิ้วมือของนางเรวดีและนางวิไลพร และไม่มีลอตเตอรี่ตามที่นางเรวดีกล่าวอ้าง” นายอัจฉริยะ กล่าว
ด้านนางสุดารัตน์ กล่าวว่า ตนรู้จักกับนางเรวดีมาก่อน เนื่องจากนางเรวดีมาตักบาตรที่หน้าบ้านของตน ไม่คิดว่าจะทำกับตนได้ถึงขนาดนี้ ตนไม่มีอะไรจะบอกกับนางเรวดี เพราะได้พิสูจน์แล้วว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ ตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน รวมถึงทางกองปราบปรามและทนาย ในส่วนของคดียังอยู่ในความรับผิดชอบของศาล แต่ตนมั่นใจว่าเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่ได้ทำความผิด โดยในช่วงระยะเวลาที่อยู่ในคุกเดือดร้อนมาก เมื่อพิสูจน์ได้ว่าตนบริสุทธิ์ก็ดีใจ
นางจรูญ กล่าวว่า ครั้งหนึ่งเคยถูกนางเรวดีท้าให้ไปสาบานที่วัดพระแก้ว ตนก็ไป เชื่อว่าคำสาบานศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เพราะเขาได้รับผลตามที่สาบานไป ตนไม่มีอะไรจะพูด เพราะนางเรวดีได้รับกรรมที่ก่อไปแล้ว


