จ่อออกหมายจับ อดีต ส.อบต. พ่อของอินฟลูฯชื่อดัง หลอกกู้เงิน-รับซื้อข้าว สูญกว่า 10 ล้านบาท เหยื่อร่ำไห้วอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย ผ่านมา10ปี ยังไม่ได้ที่ดินคืน
วันที่ 7 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยผู้รับเหมาขุดลอก ถมดิน และชาวนาจาก 3 อำเภอ คือ อ.เมืองบุรีรัมย์ อ.ประโคนชัย และ อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ กว่า 10 ราย ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ และแจ้งความดำเนินคดีกับ นายทอง (นามสมมติ) อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) แห่งหนึ่งใน อ.ประโคนชัย ซึ่งเป็นพ่อของอินฟูลเอนเซอร์ชื่อดัง
โดยผู้ร้องให้ข้อมูลว่า นายทอง มีพฤติกรรมต้มตุ๋นหลอกลวงในหลายรูปแบบ ทั้งหลอกให้กู้เงิน ธกส. อ้างต้องการเงินไปลงทุนทำธุรกิจเปิดลานรับซื้อข้าวเปลือก อ้างจะให้ผลตอบแทน ส่วนหนี้ก็รับปากจะรับผิดชอบจ่ายเอง

จ่อออกหมายจับ อดีต ส.อบต. พ่อของอินฟลูฯชื่อดัง หลอกกู้เงิน-รับซื้อข้าว สูญกว่า 10 ล้านบาท เหยื่อร่ำไห้วอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย ผ่านมา10ปี ยังไม่ได้ที่ดินคืน
อีกทั้งหลอกให้เหยื่อโอนชื่อในโฉนดที่ดินให้ แล้วนำไปจำนองหรือขาย นอกจากนี้ ยังหลอกให้ชาวนานำข้าวเปลือกไปขายที่ลานรับซื้อของตัวเอง โดยอ้างจะให้ราคาสูงกว่าโรงสีและลานอื่น แต่สุดท้ายกลับเบี้ยวไม่จ่ายเงินให้ รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
ล่าสุดยังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.ประโคนชัย และ สภ.พลับพลาชัย อย่างต่อเนื่อง ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.ประโคนชัย อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักเพื่อออกหมายจับอดีต ส.อบต. ฐานฉ้อโกง ส่วนจะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและพฤติกรรมในการกระทำความผิดด้วย
นางพรสุดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ถูกอดีต ส.อบต. หลอกให้โอนโฉนดที่นาเนื้อที่ 1 ไร่ 60 ตารางวาให้เป็นชื่อของอดีตส.อบต. โดยอ้างจะนำไปโฉนดไปเข้าธนาคาร เพื่อจะนำเงินไปหมุนในลานรับซื้อข้าว โดยรับปากจะให้เงินจำนวน 400,000 บาท แต่อดีต ส.อบต.ทยอยจ่ายให้เพียง 120,000 บาท แล้วมาขอกลับไปคืน 60,000 บาท อ้างลานรับซื้อมีปัญหาการเงิน
อีกทั้งยังได้มาขอยืมรถกระบะจากสามีตนเอง อ้างจะนำไปใช้ขนข้าวที่ลานรับซื้อ ทั้ง 2 กรณีเกิดตั้งแต่ปี 2560 ตามทวงถามหลายครั้งเขาก็บ่ายเบี่ยงตลอด ทั้งบอกว่าหากอยากได้โฉนดที่ดินคืน ให้ไปเอาที่บังคับคดี ก็ไม่รู้จะทำยังไงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเอาโฉนดที่ดินไปทำอะไร ตอนนี้ไปแจ้งความไว้ ส่วนสาเหตุที่หลงเชื่อเพราะอดีต ส.อบต.เป็นเพื่อนกับสามี และเป็นเจ้าของลานรับซื้อข้าวจึงเชื่อใจ ไม่คิดว่าจะถูกหลอก
ทั้งนี้ นางพรสุดร ยังได้จุดธูปไหว้ศาลพระภูมิหน้าบ้าน เพื่อขอศักดิ์สิทธิ์ และจุดธูปไหว้ขอเทวดาฟ้าดินตามความเชื่อ เพื่อขอให้ดลบันดาลช่วยเหลือให้ได้โฉนดที่ดิน และรถยนต์กลับคืน เพราะครอบครัวเดือดร้อนมาก
ด้าน คุณยายเหมือน อายุ 72 ปี ผู้เสียหายอีกราย ที่ถูกหลอกลวงให้โอนโฉนดที่ดินที่นา 8 ไร่ เมื่อปี 2560 อ้างจะเอาไปเข้าธนาคาร เพื่อเอาเงินไปหมุนที่ลานรับซื้อโดยจะรับผิดชอบจ่ายหนี้ทั้งหมดเอง ซึ่งช่วงนั้นลูกเขยก็ต้องการเงินไปลงทุนทำลานรับซื้อข้าวเช่นกัน จึงหลงเชื่อ
จนถึงทุกวันนี้ ผ่านมาเกือบ 10 ปี ยังไม่ได้โฉนดคืน และไม่รู้เขาเอาโฉนดไปทำอะไร อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ เพราะเป็นที่นาที่ครอบครัวไว้ทำมาหากิน ก็อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีและนำโฉนดที่ดินมาคืน

