ชาวบ้าน เล่านาทีได้ยินเสียงลั่นผิดปกติก่อน กันสาดถล่ม ทับคนเสียชีวิต เชื่อโครงสร้างอาคารมีอายุกว่า 100 ปี ด้าน เจ้าหน้าที่ลุยเคลียร์พื้นที่แล้ว เปิดการจราจร
วันที่ 21 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์กันสาดอาคารพาณิชย์ทรุดตัว บริเวณใกล้วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถนนพระราม 4 เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร พบว่าเจ้าหน้าที่ได้นำแผงเหล็กมาติดตั้งล้อมกั้นพื้นที่โดยรอบอาคารที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันอันตรายและรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน
ขณะที่บริเวณจุดเกิดเหตุยังคงพบกันสาดบริเวณชั้น 1 ของอาคารบางส่วนหลงเหลืออยู่ โดยยังไม่มีการรื้อถอนเพิ่มเติม เนื่องจากต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารอย่างละเอียดอีกครั้ง

ชาวบ้าน เล่านาทีได้ยินเสียงลั่นผิดปกติก่อน กันสาดถล่ม ทับคนเสียชีวิต 1 ราย เชื่อโครงสร้างอาคารมีอายุกว่า 100 ปี ด้าน เจ้าหน้าที่ลุยเคลียร์พื้นที่แล้ว เปิดการจราจร
จากการตรวจสอบพบว่า จุดเกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์จำนวน 5 คูหา โดยกันสาดบริเวณชั้น 2 ของอาคารได้พังร่วงหล่นลงมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายประวิทย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าดำเนินการเคลียร์พื้นที่ เนื่องจากมีเศษปูนและซากโครงสร้างตกกระจายอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ รวมถึงทำการตัดเสาไฟฟ้าตัดไฟฟ้าในบริเวณดังกล่าว โดยใช้เวลาปฏิบัติงานตลอดทั้งคืน ก่อนจะสามารถเคลียร์พื้นที่แล้วเสร็จได้เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ของวันนี้
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่บริเวณอาคารที่ได้รับผลกระทบทั้ง 5 คูหา เพื่อรอการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอย่างละเอียดอีกครั้ง
ส่วนการจราจรบริเวณถนนพระราม 4 ขณะนี้ สามารถกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติแล้ว มีบีบตัวเหลือเพียง 2 ช่องทางบริเวณหน้าจุดเกิดเหตุที่เหลือเปิดใช้งานได้ตามปกติ หลังเจ้าหน้าที่ดำเนินการเคลียร์พื้นที่แล้วเสร็จ
ด้าน นายดุสิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังนั่งอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้า ได้ยินเสียงดังเอี๊ยดจากตัวอาคาร จากนั้นกันสาดได้พังถล่มลงมาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คนในบริเวณดังกล่าว
นายดุสิทธิ์ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลที่ตนรู้จักกันดี เป็นลูกเขยของร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่ โดยในช่วงเกิดเหตุกำลังจะเดินมารับพ่อตา ขณะนั้นภายในบริเวณดังกล่าวยังมีพนักงานอยู่ประมาณ 3 คน รวมถึงภรรยาและลูกของผู้เสียชีวิตที่อยู่ในเหตุการณ์และร้องไห้ด้วยความตกใจ
หลังเกิดเหตุพลเมืองดีและชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงพยายามเข้าช่วยเหลือ โดยช่วยกันยกเศษปูนและซากอาคารที่ทับร่างผู้บาดเจ็บออก บางคนนำค้อนมาทุบเศษปูนเพื่อเปิดทางช่วยเหลือแต่ไม่สามารถนำออกมาได้ เนื่องจากมีซากปูนจำนวนมากทับอยู่ โดยในตอนแรกมองเห็นเพียงขาของผู้บาดเจ็บโผล่ออกมาเท่านั้น
ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุและเร่งให้ความช่วยเหลือ ด้วยการตัดเหล็กและเคลื่อนย้ายเศษซากอาคารออก ก่อนนำตัวผู้บาดเจ็บออกมาปฐมพยาบาลและส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นายดุสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2554 แต่ไม่ทราบว่าอาคารดังกล่าวถูกใช้งานมานานเท่าใด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าโครงสร้างอาคารมีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี และคาดว่าสาเหตุอาจมาจากวัสดุหรือโครงสร้างอาคารที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา
และมองว่า โชคดีที่บริเวณด้านล่างยังมีคานรองรับบางส่วน เพราะหากไม่มีโครงสร้างดังกล่าวช่วยรับน้ำหนัก อาจส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตมากกว่านี้

