อธิบดี ปภ. ลั่น เอาผิดถึงที่สุด ผู้สวมสิทธิสอบราชการ สั่งเร่งขยายผลหาผู้จ้างวาน-ขบวนการรับจ้างสอบ จับพิรุธอ้างทำคีโมหน้าเลยเปลี่ยน ก่อนตรวจลายนิ้วมือพบ
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 28 มิ.ย.2569 ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้สัมภาษณ์กรณีพบการทุจริตสวมสิทธิสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการของ ปภ. ว่า จะดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลถึงผู้จ้างวานรวมถึงขบวนการรับจ้างสอบ
นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการสอบคัดเลือกข้าราชการของ ปภ. ซึ่งดำเนินการสอบมาตั้งแต่เดือนเม.ย. โดยเมื่อวานเป็นการสอบครึ่งวัน มีสนามสอบทั้งหมด 4 แห่ง ตนได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยทุกสนามสอบ และกำชับให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทุกศูนย์สอบ เพื่อป้องกันการทุจริตในทุกรูปแบบ
ซึ่งระหว่างการสอบ คณะกรรมการคุมสอบประจำสนามสอบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สังเกตเห็นว่าผู้เข้าสอบรายหนึ่งมีใบหน้าดูสูงวัย ไม่สอดคล้องกับภาพในบัตรประจำตัวประชาชน จึงเกิดข้อสงสัยและแจ้งมายังตน
- อ่านข่าว : ปภ. ตรวจพบ ผู้สวมสิทธิสอบราชการ จับพิรุธตรวจอัตลักษณ์ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
ตนจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมหน้าห้องสอบ ไม่ให้บุคคลดังกล่าวออกจากห้องจนกว่าจะสอบเสร็จ เนื่องจากมาตรการสอบของ ปภ. เข้มงวด ผู้เข้าสอบสามารถนำเข้าได้เพียงดินสอ 2B เท่านั้น
นายธีรพัฒน์ กล่าวต่อวาา ภายหลังสอบเสร็จ บุคคลดังกล่าวอ้างว่าทำคีโม จึงทำให้ใบหน้าเปลี่ยนไป แต่ตนเห็นว่าไม่น่าเป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงจนจำไม่ได้ จึงสั่งตรวจสอบลายนิ้วมือ ก่อนพบว่าเป็นบุคคลอื่นที่มาสอบแทน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว และผู้อำนวยการสนามสอบได้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ได้ประสานตำรวจให้ดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด และขยายผลหาต้นตอของขบวนการ เบื้องต้นทราบว่าบุคคลดังกล่าวอาจเคยรับจ้างสอบแทนมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากมีท่าทีค่อนข้างนิ่ง จึงต้องให้ตำรวจสืบสวนว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร โดยย้ำว่าเรื่องลักษณะนี้จะปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้ และ ปภ. ได้วางมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า ประเมินหรือไม่ว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันได้ยกระดับมาตรการสอบ โดยกำหนดให้ผู้เข้าสอบสวมเสื้อยืดสีขาวของกรม กางเกงวอร์ม รองเท้าแตะ และนำสัมภาระออกจากตัวทั้งหมด เพื่อป้องกันการส่งสัญญาณหรือการทุจริต
ซึ่งที่ผ่านมาเคยตรวจพบและจับกุมได้หลายครั้ง ส่วนกรณีผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันหรือไม่ เป็นเรื่องในสำนวนที่ตำรวจจะดำเนินการต่อ
ส่วนจะเป็นขบวนการหรือไม่นั้น นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบเพียงผู้ต้องหารายเดียว ตนได้เดินตรวจเกือบทุกห้องสอบ การสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบความผิดปกติอื่น
“ขอให้มั่นใจว่า ขณะนี้เป็นกรณีของผู้เข้าสอบแทนเพียงรายเดียว ไม่กระทบผลการสอบของผู้สมัครรายอื่น เพราะเราเตรียมระบบสอบและมาตรการป้องกันมาอย่างรัดกุมทุกขั้นตอน พยายามอุดทุกช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นให้มากที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมจับตา และเราตั้งใจทำให้ดีที่สุด” นายธีรพัฒน์ กล่าว