เด้ง ‘พ.ต.ท.’ ออกจากราชการไว้ก่อน หลังนำข้อมูลลับราชการ ไปบอกแก๊งค้ายา ผลตรวจร่างกายไปพบสารเสพติด เจ้าหน้าที่เร่งสอบขยายผล
จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภาค 5 ร่วมกับสำนักปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรภาค 4 ตำรวจภูธร จ.เชียงราย และตำรวจภูธร จ.เลย เปิดปฏิบัติการยุทธการตัดเนื้อร้าย เจ้าหน้าที่รัฐ
ต่อมาวันที่ 22 มิ.ย.2569 ป.ป.ส.ภาค 5 ร่วมกับสำนักปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรภาค 4 ชุดปฏิบัติการเข้าจับกุมตำรวจยศ “พันตำรวจโท” ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.วังสะพุง จ.เลย โดยมีพฤติการณ์นำข้อมูลความลับทางราชการไปแจ้งให้ขบวนการลักลอบยาเสพติดทราบ รวมถึงช่วยเหลือผู้กระทำความผิดไม่ให้ถูกดำเนินคดี
เบื้องต้นผู้ต้องหาจำนนต่อหลักฐานและให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงยึดอายัดทรัพย์สินกว่า 2 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินสด ทองรูปพรรณ ที่ดิน รถยนต์ และอาวุธปืน รวมถึงเข้าตรวจค้นสถานที่ทำงาน พบยาบ้า 75 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน เจ้าหน้าที่จึงแยกดำเนินคดีในข้อหาครอบครองยาเสพติด เพิ่มเติมอีก 1 คดี
ล่าสุดวันที่ 29 มิ.ย.2569 พล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล ผบก.ภ.จว.เลย มีคำสั่งเรื่องให้ข้าราชการตำวจออกจากราชการไว้ก่อน
พล.ต.ต.วีระเดช เปิดเผยว่า พันตำรวจโทนายนี้ ตำแหน่งคือ พนักงานสอบสวน สภ.เอราวัณ จ.เลย ซึ่งพันตำรวจโทรายนี้ มีหมายจับ ป.ป.ส.ภาค 5 ซึ่งมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ายาเสพติด มีหมายจับที่ออกเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากการสอบสวนให้การว่า ยาบ้า 75 เม็ด ที่พบในสถานที่งานเป็นยาเสพติดของกลาง ก่อนนำตรวจไปตรวจปัสสาวะ ผลออกไม่พบสารเสพติด ในส่วนของพันตำรวจโทนายนี้ ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว
ด้านนายชัยพจน์ จรูญพงษ์ ผวจ.เลย กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องได้กำชับไปยังตำรวจ ถึงมาตราการที่จะไม่เอาเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งกำชับและทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ได้มีคำสั่งเรื่องให้ข้าราชการตำวจรายนี้ ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว
จับ ‘พ.ต.ท.’ นำข้อมูลลับราชการ ไปบอกแก๊งยา ค้นที่ทำงานเจอยาบ้า 75 เม็ด ขยายผลยึด 2 ล้าน