รมว.ยุติธรรม เผยวงจรปิดจับภาพ ชายใส่เสื้อฮู้ดส่งของให้แอร์สาวบินไทย เพื่อนชี้รับหิ้วของหารายได้เสริม จนท.จ่อลงพื้นที่พะเยา ขยายผลสอบแม่
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) บุกค้นคอนโดของ น.ส.มีนา แอร์โฮสเตสสายการบินไทย หลังลอบขนเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลียว่า
เจ้าหน้าที่ป.ป.ส.ตรวจค้นห้องพัก น.ส.มีนา ย่านบางนา พบแฟนหนุ่มของ น.ส.มีนา ในห้องพัก ซึ่งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้น หาข้อมูลพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยพยานหลักฐานในห้องไม่พบสิ่งผิดปกติ มีเพียงกล่องพัสดุ ที่ใช้ในการส่งของ รวมถึงประสานนิติคอนโด เพื่อตรวจกล้องวงจรปิด และ ป.ป.ส.ได้ข้อมูลมาแล้วส่วนหนึ่ง
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า โดยทราบว่า ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบมีผู้ชายสวมเสื้อฮู้ด นำของมาส่งให้บริเวณด้านหน้าคอนโดตอนกลางคืน จากการสอบถามเบื้องต้นจากเพื่อนของ น.ส.มีนา ทราบว่า น.ส.มีนา รับหิ้วของ เพื่อเป็นรายได้เสริม เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบเส้นเงิน พบว่าเป็นปกติ และมีเงินอยู่ในบัญชีจำนวนไม่มาก ทั้งนี้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับ น.ส.มีนา ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ โดยออสเตรเลียจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อ แต่ในประเทศไทยต้องดูพยานหลักฐานอื่นประกอบด้วย
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่า การฝากหิ้วของไปต่างประเทศ จะได้รับเงินก็ต่อเมื่อสิ่งของถึงปลายทางประเทศออสเตรเลียแล้ว โดยยังไม่ทราบรายละเอียดว่าได้รับค่าฝากค่าขนส่งเป็นเงินเท่าไหร่ และต้องตรวจสอบต่อไป เพราะไม่รู้ระบบรายละเอียดในการคิดค่าใช้จ่าย
รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.พะเยา ไปสอบถามมารดาของ น.ส.มีนา หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้รับทราบต่อไป ทั้งนี้ ออสเตรเลียรายงานว่ากระเป๋ามีทั้งหมด 12 ใบ พบผิดปกติ 2 ใบพฤติกรรมของผู้ค้ายาเสพติดจะดำเนินการในลักษณะนี้ คือ มีสิ่งของหลายอย่าง ทั้งผ้าห่มหรือสิ่งของอื่นๆ ปะปนรวมกัน และเล็ดลอดการตรวจจากประเทศไทยออกไป โดยเรื่องนี้จะพูดคุยกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เรื่องการตรวจสอบสิ่งของออกจากสนามบิน ซึ่งการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีแถลงการณ์ออกมาแล้ว แต่ต้องมีการแก้ไขจุดบอดที่เป็นข้อจำกัดว่าจะต้องดำเนินการต่อไป
รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ด้านแฟนหนุ่มของน.ส.มีนา ตอนแรกไม่ทราบเรื่อง แต่ได้สอบถามเพื่อนของน.ส.มีนา จึงทราบรายละเอียดทั้งหมด และทางออสเตรเลียอนุญาตให้ น.ส.มีนา พูดคุยกับมารดาเพียงคนเดียว และไม่ได้ให้รายละเอียดข้อมูลกับทางไทยมากนัก ในส่วนของประเทศไทยต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อประกอบกับทางออสเตรเลีย