มท.4 เผยคืนนี้รู้ ผลสอบขรก. ท้องถิ่นที่บรรจุแล้ว 1.5 หมื่นคน คนไหนผิดปกติต้องดึงออก เลื่อนลำดับถัดไปไม่ต้องสอบใหม่ รอผลสอบวินัย ฟันอาญาต่อหรือไม่ ยังไม่สรุปเรื่องไปถึงอธิบดีหรือไม่
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง กรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า เรื่องนี้ต้องถามปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่ครบกำหนดเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่วันนี้ยังไม่ได้เจอปลัดกระทรวง จึงยังไม่ได้อัปเดตข้อมูลกัน ซึ่งกระบวนการก็ต้องไปแบบนั้นอยู่แล้ว ส่วนจะเสร็จเมื่อไหร่ เดี๋ยวไปว่ากัน
ส่วนที่มีกระแสว่ามีระดับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.) และรองอธิบดีสถ.เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยใน 5 รายชื่อนั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่สอบข้อเท็จจริง ตนยังไม่เห็นรายงานจากปลัดกระทรวงแจ้งมา แต่เดี๋ยวคงส่งมา
เมื่อถามว่าหลังเซ็นตั้งคณะกรรมการแล้ว ขั้นตอนจากนี้เป็นอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เป็นกระบวนการที่ปลัดมหาดไทยต้องดำเนินการตามปกติอยู่แล้ว สอบคนที่เข้าข่ายว่าเข้ามาเกี่ยวข้อง ตามที่กรรมการสอบวินัยว่าเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ส่วนจะดำเนินคดีอาญาต่อเนื่องด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการสอบวินัย หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ต้องดำเนินการ
เมื่อถามถึงการครบกำหนดตรวจสอบผลประกาศ กับกระดาษคำตอบ ของผู้ที่ได้รับการบรรจุ 15,000 คน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ใช่ เป็นการตรวจผลการประกาศ กับกระดาษคำตอบไฟล์รูปกระดาษคำตอบ ซึ่งจะครบกำหนดวันนี้ (6 ก.ค.) และคาดว่าน่าจะเสร็จสมบูรณ์ช่วงค่ำวันนี้ หากผลออกมาไม่ตรงกัน ก็ต้องเสนอเรื่อง เพราะเราเห็นแล้วว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับคะแนน
ส่วนจะเกิดอย่างไร ก็ต้องไปว่ากัน หากไม่ตรง ก็คือไม่ตรง และต้องจบในวันนี้ รวมถึงการตรวจสอบ ได้มีภาคีเครือข่ายด้วยทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
หากข้อมูลชัดเจนเรียบร้อย จะเสนอเรื่องเข้าคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เพราะอำนาจในการยกเลิกบัญชีเป็นอำนาจของ ก.กลาง ส่วนระยะเวลาขอดูอีกครั้ง แต่จะพยายามทำให้รวดเร็วที่สุด
ต่อข้อถามว่าจะมีการเลื่อนบัญชีขึ้นได้หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องรอดูอีกครั้ง และไม่ต้องสอบใหม่ เพราะกลุ่มคนที่สอบได้ เรารวมไปด้วยคน 2 กลุ่ม คือกลุ่มแรกคือคนที่สอบได้ตามปกติด้วยความสามารถของตัวเอง ส่วนกลุ่มที่สองคือ คนที่มีคะแนนความผิดปกติ
ดังนั้น หากสอบได้ด้วยความสามารถตัวเอง เราต้องรักษาสิทธิ์ไว้อยู่แล้ว ไม่ให้กระทบสิทธิ์นั้น แต่คนที่มีความผิดปกติ ก็ต้องดำเนินการต่อไป ดังนั้น คนที่โดนดึงออก ก็คือกลุ่มคนที่มีคะแนนความผิดปกติ และลำดับต่อมา จะขึ้นมาแทน
เมื่อถามว่าคนที่ถูกดึงออก จะต้องชี้แจงกับคณะกรรมการหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องสืบหาต่อไป ว่าทำไมคะแนนถึงมีความผิดปกติ เกิดอะไรขึ้น
ส่วนหากพบว่าคะแนนผิดปกติ จะถือว่ามีโทษอาญาหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ยังไม่ตัดสิน เราต้องสืบหาข้อเท็จจริงต่อไป ว่าความผิดปกติเกิดขึ้นจากตรงไหน มีความเกี่ยวข้อง หรือกระบวนการเป็นอย่างไร ตนเข้าใจดีว่าเป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ต้องหาวิธีการสืบเสาะข้อเท็จจริงให้กระจ่าง
เมื่อถามว่ากระบวนการนี้จะดึงความความเชื่อมั่นให้กับกระทรวงมหาดไทยได้หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องได้ ที่ผ่านมาเราทำงานอยู่บนความตั้งใจ จริงใจ ที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อยู่แล้ว นอกจากกระทรวงมหาดไทย ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน
ข้อมูลส่วนนี้หากตรวจสอบแล้ว จะประสานตรวจสอบกับหน่วยงาน อื่นๆ ด้วย เพื่อนำไปสู่การดำเนินการในขั้นต่อไป และหากผู้ที่มีคะแนนผิดปกติ พบว่าเป็นหนึ่งในกระบวนการ เกี่ยวข้องกับการทุจริต เราก็จะต้องสืบสาวต่ออยู่แล้ว