บุกจับคาบ้าน ครูคณิตฯ จบป.เอก ล่วงละเมิด 20 เด็กชาย ถ่ายคลิปแบล็กเมล แฉ ก่อเหตุตั้งแต่ปี 60-ปัจจุบัน สลดซ้ำ โรงเรียนรู้แต่กลับนิ่ง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ก.ค.2569 ที่ห้องประชุม ชั้น 4 ตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาล่วงละเมิดทางเด็ก (SEXTORTION) ต่อเนื่อง ขยายผลพบทำผิดกว่า 10 ปี เด็กตกเป็นเหยื่อกว่า 20 ราย

โดยปฏิบัติการดังกล่าว เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รวมถึงการกระทำต่อเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกำลังหลักของประเทศ ภายใต้แนวคิด “Together We Can Stop Human Trafficking”

ครูคณิต

บุกจับคาบ้าน ครูคณิตฯ จบป.เอก ล่วงละเมิด 20 เด็กชาย ถ่ายคลิปแบล็กเมล แฉ ก่อเหตุตั้งแต่ปี 60-ปัจจุบัน สลดซ้ำ โรงเรียนรู้แต่กลับนิ่ง

ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน จเรตำรวจ/หัวหน้าส่วนปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ,

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ประสพชัย มัสยวนิชกูล รองผบช.ภ.7, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม และ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกิตติยา ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมแถลง

คดีนี้นับเป็นภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่ในสถานศึกษาและสร้างความสะเทือนใจแก่สังคมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้ต้องหามีประวัติการศึกษาสูงถึงระดับปริญญาเอก และประกอบวิชาชีพเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ในโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง

ทว่ากลับอาศัยภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือทางวิชาชีพเป็นเครื่องมือในการเข้าหานักเรียน โดยพบว่ามีเด็กตกเป็นเหยื่อจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศมาแล้วกว่า 20 ราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมืองนครปฐม ก่อนจะนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยเมื่อวันที่ 2 ก.ค.2569 ได้มีผู้ปกครองของเด็กชายอายุไม่ถึง 15 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ว่าบุตรชายของตนเอง ถูกครูสอนพิเศษ ล่วงละเมิดทางเพศ

ต่อมาผู้ปกครองเห็นความผิดปกติของบุตรชายมีลักษณะซึมเศร้า และแจ้งว่าเจ็บที่อวัยวะเพศ จึงได้พาไปพบแพทย์ แพทย์วินิจฉัยว่า อวัยวะเพศอักเสบ ต่อมาเด็กได้เล่าให้ผู้ปกครองฟังว่า ตนเองถูกครูที่จ้างมาสอนพิเศษนั้น ล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งครูคนดังกล่าวได้มีการถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย

อีกทั้งมีการข่มขู่ว่า “หากนำเรื่องนี้ไปบอกกับผู้ปกครองหรือบุคคลอื่น ครูก็จะเปิดเผยเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน จะไม่ยอมพังหรือเสียชื่อเสียงเพียงคนเดียว” จึงทำให้เด็กเกิดความเกรงกลัว และไม่กล้าที่จะเล่าให้ใครฟัง จนต้องยอมให้ครูคนดังกล่าวกระทำล่วงละเมิดซ้ำ ๆ กว่า 22 ครั้ง ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา

พนักงานสอบสวนได้ประสานกับทีมสหวิชาชีพ ร่วมสอบปากคำเด็ก ซึ่งเป็นเหยื่อ รวมทั้งผู้ปกครอง จนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาครูคนดังกล่าว

อีกทั้งยังได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต(TICAC) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมทำการจับกุมผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นครูประจำชั้นระดับประถมศึกษาชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่บ้านพักในเขตจ.นครปฐม เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา

โดยในการจับกุมยังได้ทำการตรวจยึดพยานหลักฐานอื่น ๆ รวมทั้งคลิปวิดีโอที่ผู้ต้องหาถ่ายเก็บไว้ขณะล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายคนอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจากการตรวจสอบพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้นั้น

สามารถระบุได้ว่า ผู้ต้องหาซึ่งเป็นครูคนดังกล่าวได้มีการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กชายมาตั้งแต่ ช่วงประมาณก่อนปี พ.ศ.2560 จนถึงปัจจุบัน ในขณะนี้สามารถระบุตัวเหยื่อซึ่งเป็นเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่ถูกกระทำล่วงละเมิดทางเพศได้เกือบ 20 ราย

การที่ผู้ต้องหารายนี้ ได้สามารถกระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กเป็นเวลานานได้นั้น เนื่องจากอาศัยความเป็นครู พูดจาหว่านล้อมชักจูงล่อลวง ทำให้เด็กคล้อยตามหลงเชื่อจนถูกล่วงละเมิดทางเพศ

และหลังจากนั้นก็จะถ่ายคลิปวีดีโอขณะล่วงละเมิดเก็บไว้ และจะใช้ข่มขู่ว่าหากนำเรื่องนี้ไปบอกผู้ปกครองหรือบุคคลอื่น ผู้ต้องหาก็จะนำคลิปและเรื่องราวดังกล่าวไปประจานเช่นกัน จนทำให้เด็กเกิดความเกรงกลัวและต้องยอมให้ผู้ต้องหา กระทำการล่วงละเมิดทางเพศซ้ำแล้วซ้ำอีก จนบางครั้งเด็กมีอาการซึมเศร้าถึงขนาดมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย

อีกทั้งเมื่อสถานศึกษาทราบเรื่อง บางสถานศึกษาเกิดความเกรงว่าจะเสื่อมเสียชื่อเสียงหากไปแจ้งความ และตกเป็นข่าว ในส่วนของผู้ปกครองก็เกรงว่าครอบครัวและลูกหลานของตนเองจะเสื่อมเสียชื่อเสียง รวมทั้งตกเป็นข่าวเกิดความอับอาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ความเชื่อมั่นต่อพี่น้องประชาชนว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติและทีมสหวิชาชีพ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความเป็นมืออาชีพ และมีมาตรการรักษาความลับปกปิดตัวตนของผู้เสียหาย รวมถึงสถาบันหรือสถานศึกษา

เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ครอบครัวและตัวของเหยื่อ มั่นใจได้ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบทางสังคม ในการที่จะมาแจ้งความผู้ที่กระทำความผิด โดยเฉพาะการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทุกกรณี

ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มุ่งหวังที่จะนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย อันเป็นการทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายและคืนความสงบสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนและสังคมต่อไป

สำหรับสถานการณ์การล่วงละเมิดทางเพศเด็กในประเทศไทย ปัจจุบันทวีความรุนแรงและมีรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น ข้อมูลสถิติจากชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต (TICAC) ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 9 ก.ค.2569 มีการจับกุมผู้ต้องหาไปแล้วถึง 176 คน จากการดำเนินคดี 174 คดี

โดยความผิดที่พบมากที่สุดคือการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กซึ่งพุ่งสูงถึง 129 คดี สิ่งที่น่ากังวลคือมีเด็กและเยาวชนตกเป็นผู้เสียหายรวม 61 คน (หญิง 44 คน ชาย 17 คน) ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 10-17 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน