กู้ภัย เผยภาพหดหู่ใจ ศพเกลื่อนหน้าเวที ในห้องน้ำ เผยร้านมี 4 ประตู แต่ใช้ได้เพียง 2 ประตู ศพส่วนใหญ่ไหม้เกรียมมือหงิกงอ พยายามดื้นรนเอาชีวิตรอด ชี้ระบบเซฟตี้ไม่ดีพอ

วันที่ 13 ก.ค.69 นายบรรจง วัฒนะ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 1 ใน กู้ภัยที่ปฏิบัติหน้าที่ในเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากทุกหน่วย ทั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิร่วมกตัญญู รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ต่างระดมกำลังให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ในช่วงแรกไม่สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ เนื่องจากสภาพเพลิงมีความรุนแรง ต้องรอให้สถานการณ์เอื้ออำนวยก่อนจึงจะเข้าปฏิบัติงานได้

นายบรรจง กล่าวว่า เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปภายในอาคารได้ สิ่งที่พบสร้างความหดหู่และสะเทือนใจเป็นอย่างมาก เพราะผู้เสียชีวิตจำนวนมากถูกไฟคลอกจนร่างไหม้เกรียม บางรายมีสภาพหงิกงอที่พยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากความร้อน จนไม่สามารถระบุเพศหรืออัตลักษณ์ได้ ต้องส่งศพไปให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์อัตลักษณ์ดำเนินการตรวจสอบต่อ โดยส่วนมาก ศพที่บริเวณหน้าเวทีและห้องน้ำ ส่วนบริเวณทางออกส่วนมากพบผู้หมดสติแต่ยังไม่เสียชีวิต

สำหรับความรุนแรงของเพลิง นายบรรจง ระบุว่า แม้ภายในร้านจะมีประตูทั้งหมด 4 บาน แต่สามารถใช้เป็นทางออกได้เพียง 2 บาน โดยเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากประตูอย่างรุนแรงจนความร้อนแผ่ไปถึงต้นไม้ด้านนอก สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของไฟ

ขณะเดียวกันภายในร้านมีผู้คนจำนวนมาก เมื่อเกิดเหตุจึงเกิดความโกลาหล หลายคนล้มและเหยียบกันระหว่างพยายามหาทางหนี ส่วนผู้ที่อยู่ใกล้จุดเพลิงไม่สามารถฝ่าเปลวไฟออกมาได้

ส่วนประเด็นสาเหตุของเพลิงไหม้ นายบรรจงให้ความเห็นส่วนตัวว่า อาจเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าบริเวณด้านหลังเวทีหรือจุดเชื่อมต่ออุปกรณ์ดนตรี ซึ่งอาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือปลั๊กไฟหลวม ประกอบกับระบบความปลอดภัยอาจทำงานไม่เพียงพอ

โดยอ้างข้อมูลจากนักดนตรีที่เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุพบควันลอยขึ้น จากนั้นได้ยินเสียงดัง ก่อนที่ไฟฟ้าจะดับและเกิดการระเบิดจนมีเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงข้อสังเกตส่วนบุคคล ไม่ใช่ข้อสรุปของสาเหตุเพลิงไหม้

นายบรรจง ยังมองว่า หากสามารถเปิดประตูทุกบานได้พร้อมกันในช่วงเกิดเหตุ อาจช่วยให้ผู้คนหลบหนีออกมาได้มากกว่านี้ แม้จะเข้าใจเหตุผลของผู้ประกอบการที่จำกัดทางเข้าออกเพื่อป้องกันลูกค้าหลบหนีโดยไม่ชำระค่าใช้จ่าย แต่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ความปลอดภัยของชีวิตควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเมื่อไฟดับและควันปกคลุมทั่วพื้นที่ ผู้ที่อยู่ภายในแทบมองไม่เห็นทางหนี มีเพียงเปลวไฟและความร้อนที่พวยพุ่งอยู่รอบตัว

ส่วนการเข้าปฏิบัติงานภายในอาคารหลังเพลิงสงบ นายบรรจงกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องสวมชุดป้องกันเต็มรูปแบบ พร้อมถังอากาศ เนื่องจากภายในอาคารยังมีกลุ่มควันหนาแน่นและอากาศเป็นพิษจากการเผาไหม้ ทำให้มีเจ้าหน้าที่บางรายเกิดอาการเป็นลมระหว่างปฏิบัติงาน อีกทั้งต้องใช้เครื่องเป่าลมและอุปกรณ์ส่องสว่างเพื่อระบายอากาศและตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ประสบภัยตกค้างอยู่ภายใน

นายบรรจง ระบุว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ พบผู้เสียชีวิตภายในอาคาร 27 ราย ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้งหมด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาล พร้อมแสดงความหวังว่าทุกคนจะปลอดภัยและสามารถกลับบ้านได้

ทั้งนี้ นายบรรจง ยังกล่าวถึงบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า แม้ประเทศไทยจะเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ในสถานบันเทิงมาแล้วหลายครั้ง และมีการพูดถึงการถอดบทเรียนอยู่เสมอ แต่หากผู้ประกอบการยังไม่ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ เหตุลักษณะเช่นนี้ก็อาจเกิดขึ้นซ้ำได้

สถานบันเทิงเป็นสถานที่ที่มีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าจำนวนมาก จึงควรติดตั้งระบบป้องกันที่ได้มาตรฐาน ทั้งฟิวส์ เบรกเกอร์ตัดไฟอัตโนมัติ และระบบสปริงเกอร์ เพื่อช่วยควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดความสูญเสียหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นอีกในอนาคต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน