หนุ่มเปิดใจ แฟนโดนไฟคลอกเคสแดง สุดสะเทือนใจถามทั้งน้ำตา “เขาไม่ไหวแล้ว ทรมานมาก” แฟนหนุ่มปลอบใจรับได้ทั้งหมด ขอแค่กลับบ้านมาอยู่กับลูก
วันที่ 13 ก.ค.2569 ที่ สน.พหลโยธิน นายพิษณุ นิ่มเมี้ยน อายุ 31 ปี แฟนของ น.ส.ทัศนัย อายุ 31 ปี ผู้บาดเจ็บสาหัส (เคสแดง) จากกรณีไฟไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เดินทางมาพร้อมกับครอบครัวของเพื่อนสาว เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวัน
นายพิษณุ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุแฟนสาวนัดดื่มสังสรรค์กับเพื่อนที่ร้านดังกล่าว โดยเป็นเพื่อนจากคลินิกที่แฟนสาวทำงาน ซึ่งแฟนสาวชวนตนเองไปด้วย แต่ตนเลือกอยู่ดูแลลูกติดของแฟนสาว 2 คนที่บ้าน จึงขับรถไปส่งแฟนสาวที่ร้านช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. และตั้งใจว่าจะกลับไปรับภายหลัง
หลังจากส่งแฟนสาวเสร็จ ระหว่างขับรถกลับ ยางรถเกิดแตก บริเวณแยกลาดพร้าว จึงประสานช่างมาเปลี่ยนยางรถ ก่อนขับกลับบ้าน ระหว่างนั้นลูกยังถามว่า “แม่ไปไหน” จึงตอบว่า “เดี๋ยวพ่อจะไปรับแม่กลับบ้าน”
นายพิษณุ เปิดเผยว่า ต่อมามีโทรศัพท์ติดต่อมาถามว่าใช่แฟนของ น.ส.ทัศนัย หรือไม่ พร้อมแจ้งว่าโทรศัพท์ของแฟนสาวหาย ขอให้มาที่จุดเกิดเหตุ ตอนแรกคิดว่าแฟนเมาและกลับบ้านไม่ได้ แต่ปลายสายแจ้งว่าแฟนสาวถูกไฟคลอก จึงรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ ก่อนพาตัวส่งโรงพยาบาล เมื่อไปถึงพบไฟลุกไหม้และมีควันดำปกคลุมทั่วบริเวณ แฟนสาววิ่งหนีออกมาจากร้าน ทั้งที่ศีรษะถูกไฟไหม้ มีคนช่วยนำผ้ามาปัดไฟ ก่อนที่แฟนสาวจะนอนรอความช่วยเหลืออยู่หน้าร้าน
นายพิษณุ บอกอีกว่า แฟนสาวเคยมาเที่ยวที่ร้านแห่งนี้มาก่อน จึงรู้ว่าต้องหนีออกทางไหน แต่ทางออกมีขนาดเล็ก ทำให้ต้องวิ่งฝ่าเปลวไฟออกมา
“ตอนนั้นสงสารแฟนมาก โดยแฟนพูดกับผมว่า “เธอเขาไม่ไหวแล้ว เขาทรมานมาก ฉันยังสวยไหม” ผมจึงตอบกลับว่า “ไม่เป็นไร ขอให้รักษาตัวก่อน ไม่ว่าเธอจะเป็นอย่างไร เรารับได้ทั้งหมด ขอแค่กลับบ้านมาอยู่กับลูก ของหายไม่เป็นไร ขอแค่เธอปลอดภัย” ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะนำตัวส่งโรงพยาบาล” นายพิษณุ กล่าวทั้งน้ำตา
“ส่วนตัวมองว่าสถานบันเทิงควรมีทางหนีไฟที่มากกว่านี้ และควรมีป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัดเจน เพราะแฟนสาวเล่าว่าทางเข้าและทางออกมีขนาดเล็ก”
นายพิษณุ เปิดเผยว่า สำหรับกระแสข่าวเรื่องการล็อกประตูหนีไฟ เพื่อป้องกันลูกค้าหนีไม่จ่ายเงินนั้น หากเป็นความจริงก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควร เพราะไม่ควรให้ความสำคัญกับเรื่องค่าใช้จ่ายมากกว่าความปลอดภัยของชีวิตผู้คน หากเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก จะมีผู้สูญเสียอีกกี่คน และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
นายพิษณุ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะต้องติดต่อหน่วยงานใด เนื่องจากยังไม่มีผู้ประสานงานเข้ามาให้ข้อมูลหรือความช่วยเหลือ แฟนสาวไม่มีสิทธิประกันสังคม ขณะนี้ใช้สิทธิรักษาฉุกเฉิน ซึ่งครอบคลุมเพียง 72 ชั่วโมง ก่อนต้องย้ายไปรักษาตามสิทธิ แต่ยังกังวลว่าหากครบกำหนด 72 ชั่วโมงแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น จะสามารถรักษาต่อได้อย่างไร เนื่องจากอาการยังอยู่ในขั้นวิกฤต
นายพิษณุ เปิดเผยว่า ตอนนี้แพทย์แจ้งว่าอาการของแฟนสาวยังอยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากมีบาดแผลไฟไหม้ทั่วร่างกาย ทั้งแขน ขา ใบหน้า และแผ่นหลัง หลังวิ่งฝ่าเปลวไฟออกมาจากร้าน ไฟได้ลุกไหม้เส้นผม แพทย์จึงต้องขออนุญาตโกนผมและทำการขูดแผล ขณะนี้ยังงดเยี่ยม เนื่องจากเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ส่วนลูกทั้ง 2 คน ยังคงถามหาแม่ ตนได้แต่บอกว่า “แม่ยังไม่เลิกงาน เดี๋ยวพ่อจะไปรับแม่กลับบ้าน”
นายพิษณุ เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนได้เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยได้รับคำแนะนำให้ลงชื่อไว้ที่ สน.พหลโยธิน เพื่อรับการช่วยเหลือ พร้อมยืนยันว่าจะมีหน่วยงานเข้ามาดูแล และไม่ทอดทิ้งผู้ได้รับผลกระทบ
สุดท้ายนี้ นายพิษณุ เปิดแชทสุดท้ายที่พูดคุยกับแฟนสาวก่อนเกิดเหตุ โดยถามไถ่กันเรื่องจำนวนคนในร้าน
ขณะนายทวน มั่นประพันธ์ อายุ 61 ปี พ่อของ น.ส.ทัศนัย เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ลูกสาวไปสังสรรค์กับเพื่อนที่สถานบันเทิงดังกล่าว ภายหลังเกิดเหตุทราบว่าลูกสาวได้รับบาดเจ็บ และขณะนี้รักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4 โดยแพทย์แจ้งว่าอาการยังน่าเป็นห่วง แม้ขณะนี้จะเริ่มรู้สึกตัวแล้ว แต่ขณะนี้ไฟไหม้ตัวทั้งหมดยกเว้นใบหน้า
นายทวนกล่าวว่า ขณะนี้ลูกสาวไม่มีสิทธิประกันสังคม มีเพียงสิทธิบัตรทอง และโรงพยาบาลแจ้งว่าจะต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอื่น แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะต้องย้ายไปรักษาที่ใด ส่วนตัวมีฐานะยากจน ทำมาหากินไปวันๆ จึงเป็นห่วงค่าใช้จ่ายในการรักษา อีกทั้งลูกสาวยังมีลูก 2 คน และจนถึงขณะนี้ยังไม่กล้าบอกหลานว่าแม่ประสบเหตุ ซึ่งหลานก็ถามหาแม่ไม่รู้จะบอกหลานว่าอย่างไร
ส่วนตัวไม่ทราบว่าลูกสาวไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งนี้ บ่อยเพียงใด เพราะลูกสาวแยกมาทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ขณะที่ตนเองอาศัยอยู่ย่านลาดกระบัง โดยทราบเพียงว่าเมื่อคืนลูกสาวนัดสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน และมีแฟนหนุ่มเป็นคนไปส่ง ทั้งนี้ ลูกสาวทำงานอยู่ที่คลินิกเสริมความงาม จึงคาดว่าน่าจะเป็นการเลี้ยงสังสรรค์ของที่ทำงาน
นายทวน กล่าวอีกว่า ตนทราบข่าวว่าลูกสาวประสบเหตุจากลูกเขย และทราบว่า หลังเกิดเหตุมีผู้นำตัวลูกสาวออกมานอนอยู่บริเวณหน้าร้าน ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเข้าช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล
นายทวนเชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากความประมาทของทางร้าน พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากครอบครัวไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะรับภาระค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ