นักดนตรีเผยประตูหนีไฟถูกปิดล็อก อ้างป้องกันลูกค้าเมาหนีไม่จ่าย เผยนาทีเจ้าของร้านถอดเสื้อ ช่วยดับไฟให้ลูกค้า อาการยังสาหัส เสียใจสูญเสียเพื่อนในวง
วันที่ 13 ก.ค.2569 นายอนันต์ ประเสริฐ หรือต่อ อายุ 37 ปี นักดนตรีมือเบส เดินทางมาที่เกืดเหตุ เพื่อเก็บอุปกรณ์เอฟเฟกต์เบส ซึ่งอยู่ในสภาพไหม้ไฟบางส่วน โดยนายอนันต์ให้ข้อมูลกว่า เมื่อคืนนี้ ขณะเล่นดนตรี จู่ๆ ได้กลิ่นไหม้ พร้อมกับมีประกายไฟตกลงมาที่พื้น ตนจึงเรียกเพื่อนและตัดสินใจวิ่งออกมาจากร้านทันที ช่วงระหว่างที่ออกมาทางหน้าร้าน มีเสียงระเบิดดังตูม 1 ครั้ง ก่อนจะมีกลิ่นแก๊สรุนแรง
เมื่อออกมาจากร้านได้ จึงหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเหตุการณ์หนีตายครั้งแรกของตน ระหว่างที่กำลังทำการแสดงอยู่ ขณะที่หลังเกิดเหตุทุกอย่างชุลมุนวุ่นวายไปหมด ตอนนี้รู้สึกเสียใจมาก เพราะเพิ่งจะทำการแสดงและพูดคุยกันบนเวทีอยู่เลย จึงแสดงความเสียใจกับน้องที่จากไป
ส่วนน้องดิน เพิ่งได้รับข้อมูลจากเพื่อนว่า ตอนนี้ติดต่อได้แล้วและยังรักษาตัวอยู่ ยังไม่เสียชีวิตอย่างที่มีการแชร์ข่าวกันก่อนหน้านี้ จึงภาวนาขอให้เป็นเรื่องจริง หลังจากนี้ตนจะพิกัดเพื่อเดินทางไปเยี่ยมน้องที่โรงพยาบาลต่อไป
ขณะที่สภาพจิตใจของตนในตอนนี้นั้น รู้สึกหดหู่ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมีคนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รวมถึงสมาชิกในวงด้วยที่เมื่อคืนนี้เดินทางมาร่วมแสดง 11 คน จึงขอพักงานแสดงสดในช่วงนี้ไปก่อน ด้วยสภาพจิตใจยังพร้อม
นายอนันต์ กล่าวว่า ส่วนเจ้าของร้าน หรือหุ้นส่วน ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุเจ้าของร้านอยู่ในร้านด้วย ได้ถอดเสื้อและกางเกงมาช่วยดับไฟให้ลูกค้าในร้าน หลังจากนั้นเจ้าของร้านก็วิ่งออกมานอกร้านและร้องด้วยความเจ็บปวด แต่หลังเกิดเหตุยังไม่มีใครติดต่อมาพูดคุยเรื่องค่าเสียหายหรือค่ารักษาพยาบาล เพราะเพิ่งกลับบ้านไปพักตอนตี 5 พอตื่นมาช่วงเย็นตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้เชิญไปให้ปากคำ
นายอนันต์ บอกอีกว่า สิ้นเดือนนี้เพื่อนร่วมวงที่ชื่อกวาง เป็นมือคีย์บอร์ดและเป็นทหารอากาศกำลังจะเลิกเล่นดนตรี หลังเกิดเหตุการณ์นี้ตนก็ไม่มีกระจิตกระใจที่จะกลับมาเล่นดนตรี เพราะสภาพจิตใจยังไม่เข้มแข็งพอ
และก่อนหน้านี้ ยอมรับว่า เคยเห็นข่าวไฟไหม้ซานติกาผับและเมาท์เทนต์บี ก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับตนเองและไม่คิดว่าไฟจะมาเร็วขนาดนี้ ซึ่งถ้าตัดสินใจช้ากว่านี้หรือมัวแต่ไปช่วยคนอื่นตัวเองก็คงไม่รอด
ด้านนายไมตรี นักกีตาร์วงทศกัณฑ์ เปิดเผยว่า ตนเล่นดนตรีที่ร้านแห่งนี้มานานเป็นปีแล้ว ปกติทุกวันศุกร์และวันเสาร์จะค่อนข้างมีลูกค้าเยอะหน่อย ที่ผ่านมาก็พบปัญหาในระหว่างเล่นดนตรีอยู่บ้าง คือจะมีอาการไฟตก ไฟดับบ่อยครั้งๆ ซึ่งในส่วนการปรับปรุงแก้ไข ตนไม่ทราบเพราะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการของเจ้าของร้าน แต่เท่าที่ตนสัมผัสเจ้าของร้านก็เป็นคนจิตใจดี อัธยาศัยดี มีความเป็นห่วงลูกน้อง และเป็นค่อนข้างเคร่งกับการตรวจคนเข้ามาใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาวุธหรือการใช้ไฟแช็กในการสูบบุหรี่จะต้องมีการใช้นอกร้านเท่านั้น
นายไมตรี กล่าวว่า ช่วงกลางคืนที่เกิดเหตุ พบว่ามีลูกค้ามาใช้บริการประมาณ 100 กว่าคน จังหวะที่มีการเล่นดนตรี ปรากฏว่าได้กลิ่นเหม็นไหม้ หลังจากนั้นไม่นานก็มีควันออกมา จากบริเวณด้านบน แล้วไฟก็ชอร์ตดับ แล้วก็ได้ยินเสียงคนร้องกรี๊ด ตอนนั้นตนเองก็รีบออกมาจากร้านโดยด่วน ก่อนที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุไฟไหม้ และมีสมาชิกในวงได้รับอาการบาดเจ็บและเสียชีวิต
“ยอมรับว่าในอาชีพที่ผมทำ ค่อนข้างมีความเสี่ยง เพราะเราไม่รู้เลยว่าแต่ละร้านที่ไปทำการแสดงนั้นมีระบบเซฟตี้ที่ได้รับมาตรฐานและรัดกุมมากน้อยเพียงใด เพราะที่เกิดเหตุแห่งนี้ไม่มีสปริงเกอร์น้ำ ไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนฉุกเฉิน”
นายไมตรี กล่าวว่า ส่วนประตูนิรภัยฉุกเฉิน บริเวณ 2 ประตูด้านหลัง ยืนยันว่าประตูขวามือด้านหลัง เป็นประตูสำหรับพนักงานไว้ลำเลียงส่งของ ส่วนประตูด้านหลังทางด้านซ้ายที่ติดกับห้องน้ำ ทราบว่ามีการปิดประตูล็อกกลอน และตั้งโต๊ะขายลูกอม พอทราบเหตุผลว่าป้องกันลูกค้าเมาแล้วหนีไม่จ่ายเงินค่าบริการ ซึ่งตนเองก็ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น สภาพจิตใจในขณะนี้ก็รู้สึกเสียใจ สูญเสียทั้งทรัพย์สิน กำลังใจ และคนใกล้ชิด และไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเริ่มต้นยังไงต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ