ญาติรับร่าง ไอซ์-ลี่ สามีภรรยา เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว สลดซ้ำลูก 4 ขวบ 5 ขวบ ต้องกำพร้า เรียกร้องผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะประเด็นด้านความปลอดภัยและการปิดกั้นทางหนีไฟ

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 14 ก.ค.2569 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ น.ส.จิตร์ติยา น้าของ น.ส.น้ำทิพย์ ทับสุข หรือ “ไอซ์” ซึ่งเสียชีวิตพร้อมกับ นายสุวิชชา ศิริสลุง หรือ “ลี่” เป็นสามี จากเหตุเพลิงไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เดินทางมารับร่างของทั้ง 2 กลับไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.นครนายก ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

น.ส.จิตร์ติยา น้าสาว และน.ส.จุฑาทิพย์ เพื่อนสนิทของทั้งคู่ เปิดเผยว่า ไอซ์และลี่ เป็นคนอัธยาศัยดี ร่าเริง และคอยให้คำปรึกษากันมาตลอด ทั้งคู่ยังมีลูกเล็กด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 5 ขวบและคนเล็กอายุ 4 ขวบ ขณะนี้ทุกคนต่างเป็นห่วงสภาพจิตใจของเด็กๆ เพราะยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจว่าพ่อและแม่จากไปแล้ว ซึ่งคนโตอายุ 5 ขวบ พอจะทราบแล้วว่าพ่อกับแม่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนน้อง 4 ขวบยังไม่รู้เรื่อง

สำหรับแนวทางการดูแลลูกทั้ง 2 คน หลังจากนี้ครอบครัวยังอยู่ระหว่างหารือกัน เนื่องจากเพิ่งเดินทางมาจาก จ.สมุทรปราการ และยังไม่มีการพูดคุยรายละเอียดอย่างเป็นทางการ

เพื่อนผู้เสียชีวิตยังตั้งข้อสังเกตถึงมาตรการด้านความปลอดภัยของสถานบันเทิง โดยมองว่า โต๊ะหรือสิ่งกีดขวางไม่ควรตั้งอยู่บริเวณทางเดินหรือทางหนีไฟ และหากร้านกังวลเรื่องลูกค้าหลบหนีโดยไม่ชำระเงิน ก็ควรใช้พนักงานดูแล ไม่ใช่การล็อกหรือปิดกั้นทางออก เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะทำให้ผู้ที่อยู่ภายในไม่สามารถหนีออกมาได้ทัน

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงไอซ์ว่า เพิ่งเรียนจบครู เป็นคนมีอนาคต และยังทำงานหารายได้ เพื่อดูแลครอบครัว ขณะที่ลี่ก็เป็นจิตอาสา คอยช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ ทำให้การสูญเสียครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับคนที่รู้จักทั้งสองเป็นอย่างมาก

ส่วนของข้อเรียกร้อง ครอบครัวต้องการให้มีการดำเนินคดีและหาผู้รับผิดชอบอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะสาเหตุที่มีการปิดกั้นทางหนีไฟ ซึ่งมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

เพื่อนผู้เสียชีวิต ระบุด้วยว่า ครอบครัวไม่ได้มองเรื่องตัวเลขของเงินชดเชยเป็นหลัก เพราะไม่ว่าจะเป็นเงินจำนวนเท่าใด ก็ไม่สามารถทดแทนชีวิตของคนที่รัก หรือชดเชยการสูญเสียเสาหลักของครอบครัวได้

ทางญาติยังเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ขอโทษ และขอขมาครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกคน เพื่อแสดงความจริงใจต่อความสูญเสียครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น เนื่องจากจนถึงขณะนี้ ครอบครัวและผู้สูญเสียยังรู้สึกว่า การแสดงความรับผิดชอบที่ชัดเจนยังไม่เพียงพอ

สำหรับ นายสุวิชชา ศิริสลุง หรือลี่ ฝ่ายชายที่เสียชีวิตนอกจากรับราชการแล้ว ยังขับรถจิตอาสาคอยรับส่งคนแก่ , เด็ก , คนท้องฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หลังจาก ทุกคนทราบถึงการเสียชีวิตของลี่ ในโลกออนไลน์ชาวเน็ตต่างเข้าไปแสดงความเสียใจจำนวนมาก พร้อม ชื่นชม ความทุ่มเทการเป็นจิตอาสาตอนที่ลี่ยังมีชีวิตอยู่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน