สุรศักดิ์ เผย ครม.ไฟเขียว แยกตั้งกระทรวงกีฬา ดึงท่องเที่ยวควบ ก.วัฒนธรรม ส่งสภาเห็นชอบ หวังเสร็จภายในต้นปีหน้า

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์​ พันธ์เจริญวรกุล​ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา​ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันนี้มีมติเห็นชอบร่างการปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม แยกหน่วยงานตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ​ หรือกพร.เสนอ​

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวให้ความเห็นไว้ว่า การแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ขึ้นไป ในช่วงเดือนต.ค.นี้ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะมีปัญหา เขาจะมีรองปลัดกระทรวง 2 คน และผู้ตรวจราชการระดับ 10 อีก 2 คน จะเกษียณอายุราชการ และจะไม่เหลือข้าราชการระดับ 10 ในสำนักปลัดเลย ยกเว้นปลัดกระทรวงเพียงคนเดียว ซึ่งจะเป็นงานหนัก ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เมตตา​ว่าหากจำเป็นก็สามารถเสนอเข้ามาได้​

นายสุรศักดิ์​กล่าวต่อว่า​ การปรับโครงสร้างครั้งนี้​ หลังจากครม.เห็นชอบ​ ต้องนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร​เพื่อโหวต​ 3 วาระ​ และต้องผ่านวุฒิสภา​ แต่จะใช้ระยะเวลามากน้อยเพียงใดยังไม่ทราบ แต่หวังว่าจะเสร็จภายในสิ้นปีนี้ หรือ ไม่เกินต้นปีหน้า ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานราบรื่นและไม่เป็นอุปสรรค ต้องมีการนำเรื่องชะลอการแต่งตั้งข้าราชการ

นายสุรศักดิ์​ กล่าวว่า หน่วยงานที่จะอยู่ในกระทรวงกีฬา​คือ สำนักปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเดิม​ และกรมพลศึกษา​ กกท.​ และมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ ส่วนกรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท. ตำรวจท่องเที่ยว จะไปรวมอยู่กับกระทรวงใหม่ กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว​

ด้านน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม. ว่า ครม.เห็นชอบหลักการ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (การปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) ตามที่ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ

สาระสำคัญของร่างฯ เป็นการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม คือ

1.กำหนดให้มี กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และยกเลิกกระทรวงวัฒนธรรม โดยรวมภารกิจด้านการท่องเที่ยวและวัฒธรรมเข้าด้วยกัน เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ เช่น มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และวัฒนธรรมสร้างสรรค์

สำหรับส่วนราชการในสังกัด ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมการท่องเที่ยว กรมการศาสนา กรมศิลปากร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

2.กำหนดให้มี กระทรวงกีฬาและยกเลิกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมทั้งกำหนดบทบาทหน้าที่ เช่น มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการพลศึกษา การกีฬา ทั้งกีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬามวลชน กีฬาเป็นเลิศ กีฬาอาชีพ และกิจกรรมนันทนาการ การศึกษา วิจัย วิทยาศาสตร์การกีฬา นวัตกรรมและเทคโนโลยีการกีฬา การบริหารจัดการกีฬา และการพัฒนาอุตสาหกรรมการกีฬาของประเทศ

สำหรับส่วนราชการในสังกัด ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และกรมพลศึกษา

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ทั้งนี้ตามที่ครม.ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจในเรื่องการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของประเทศ ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเชื่อมโยงโดยตรงกับวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของพื้นที่

ดังนั้น การรวมภารกิจด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไว้ในกระทรวงเดียวกัน จะทำให้การกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการมีความเป็นเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบูรณาการ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยใช้ Soft Power ด้านวัฒนธรรมเป็นฐานในการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชน และยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก

ในส่วนการกีฬา เป็นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สุขภาพ คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมกีฬา จึงควรมีหน่วยงานระดับกระทรวงที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนนโยบายอย่างเป็นระบบ

“การปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่มีการเพิ่มจำนวนตำแหน่ง อัตรากำลัง และงบประมาณในภาพรวม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเกิดความคุ้มค่าในการดำเนินภารกิจของรัฐ” น.ส.รัชดา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน