ฟิล์ม พบ ดีเอสไอ รับทราบข้อหา คดี Forex ยืนยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทุกรายในผังการสืบสวน หลังมีเส้นทางการเงินโยงกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ 2 ราย เส้นเงิน 142ล้าน

เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 3 ส.ค.2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้พิจารณาออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้ง 22 ราย คดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต

ในความผิดฐาน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต, ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน,

คดี Forex

ฟิล์ม พบ ดีเอสไอ รับทราบข้อหา คดี Forex ยืนยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทุกรายในผังการสืบสวน หลังมีเส้นทางการเงินโยงกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ 2 ราย เส้นเงิน 142ล้าน

ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน นั้น

ล่าสุดคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติออกหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 แก่ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม นักแสดงชายชื่อดัง ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา กรณีพบข้อมูลความเกี่ยวข้องทางธุรกรรมกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด

ซึ่งถูกระบุว่าเป็นกลุ่มโบรกเกอร์ในเครือข่าย และยังพบรายการรับโอนเงินจากนายภูริทัต (สงวนนามสกุล) จำนวน 6,000,100 บาท เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.57 โดยมียอดรวมมูลค่าธุรกรรมสะสม 142,919,860.13 บาท

นอกจากนี้ นายรัฐภูมิ ยังมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงในกลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ บริษัท HF Markets (SV) Ltd ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน เนื่องด้วยโบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักมีการจดทะเบียนในต่างประเทศในลักษณะ Offshore (กลุ่มประเทศนอกชายฝั่ง)

โดยนอกเหนือจากในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ก็ยังมีการจดทะเบียนในหมู่เกาะมาเฮ สาธารณรัฐเซเชลส์ สหราชอาณาจักร เกาะเคย์แมน โดโมรอส เพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประเทศไทย

ทำให้เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้น ผู้ลงทุนอาจประสบปัญหาในการใช้สิทธิตามกฎหมายและการติดตามทรัพย์สินคืนได้ ทำให้นักแสดงชายถูกจัดอยู่ในกลุ่มของโบรกเกอร์รับเทรด เป็นเหตุให้คณะพนักงานสอบสวนได้มีการตั้งประเด็นไว้เตรียมสอบถามว่าเส้นทางการเงินดังกล่าวเป็นการทำธุรกรรมในเรื่องใด และมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HF Markets (SV) Ltd อย่างไรบ้าง

ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช เปิดเผยก่อนพานายรัฐภูมิ เข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ว่า วันนี้ตนพาลูกความมาพบพนักงานสอบสวนในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งก็จะต้องชี้แจงเท่าที่พนักงานสอบสวนสอบถาม

โดยเฉพาะทุกประเด็นที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมมาทั้งหมดแล้วบอกว่าเกี่ยวข้องกับเรา เราก็จะตอบหมด ส่วนถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเอกสารบางอย่างนั้น เราก็จะมานำส่งให้ภายหลัง

นอกจากนี้ กรณีที่เป็นข้อพิพาทด้านข่าวต่าง ๆ มันก็ไม่เกี่ยวข้องกับนายรัฐภูมิ เช่น บริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ต่าง ๆ ที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร มันก็ไม่เกี่ยวกับกระบวนการที่เป็นข่าวอยู่ในตอนนี้เลย

ซึ่งพนักงานสอบสวนเขาก็คงมีหลักฐานเรื่องเส้นทางการเงินที่มาจากบริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ ที่โอนเข้าผู้ถูกกล่าวหารายอื่น ๆ และเงินก็ถูกโอนออก ดังนั้น การที่บอกว่ามีการกระทำการฉ้อโกงนั้น ก็ต้องดูว่าจำนวนเงินนั้น ๆ มันไปถึงผู้ใด ซึ่งเชื่อว่าพนักงานสอบสวนสามารถติดตามได้อยู่แล้ว และมันก็ไม่เกี่ยวกับนายรัฐภูมิจริง ๆ

ทนายประมาณ กล่าวอีกว่า เรื่องที่มีกระแสข่าวว่านายรัฐภูมิ รับโอนเงินจากนายภูริทัต จำนวน 142 ล้านบาทนั้น คนพูดอาจไม่ได้กุ แต่ไม่รู้ใครกุข่าวขึ้นมา แล้วเอาตัวเลขจากไหนมาผูกมาพันกันหมดแบบนี้กลายเป็น 142 ล้านบาท

เพราะตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ ซึ่งจะรู้ก็ต่อเมื่อฟังในสิ่งที่พนักงานสอบสวนกล่าวหามาก่อนว่า มีตัวเลขอะไรบ้าง ส่วนการแจ้งข้อหาก็ตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งไว้เลย แจ้งแบบรวม ๆ สารพัดข้อกล่าวหาตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ เช่น ฉ้อโกง, พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ เป็นต้น

ทั้งนี้ ตนมองด้วยว่าพื้นฐานการจะออกหมายจับใครนั้น ก็ต้องมีมูลว่าผู้ต้องหาจงใจหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ ซึ่งตามหลักการทั่วไป ต้องออกหมายเรียกผู้ต้องหา 2 ครั้ง หาก 2 ครั้งยังไม่มา ก็คือการจงใจขัดหมายเรียก มีพฤติการณ์จะหลบหนี แบบนี้ถึงจะขอศาลออกหมายจับได้

อย่างไรก็ตาม วันนี้เราขอดูข้อกล่าวหาและหลักฐานก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็ตามแค่กับข่าวที่ออกมา ยืนยันว่าชี้แจงได้หมด เพราะเราก็ตรวจสอบแล้วว่าในช่วงเวลานั้น ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเราเลย

ด้าน นายรัฐภูมิ กล่าวว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่บอกว่าตนเกี่ยวข้องกับกลุ่มโบรกเกอร์นั้น จริง ๆ ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย แต่คงอาจมีเส้นทางการเงินที่อาจจะมาเกี่ยวโยงกับตัวบริษัทที่ตนเป็นกรรมการอยู่

แต่ย้ำว่าตนไม่ใช่โบรกเกอร์ ไม่เคยชักชวนใครลงทุน และไม่เคยเกี่ยวข้องกับทุกชื่อที่เป็นข่าว ซึ่งก็ทำให้อาจมีการเข้าใจผิดได้ เพราะจริง ๆ แล้วตนเป็นเพียงผู้ทำระบบการบริการเท่านั้น โดยหากย้อนดูตามข่าวจะเห็นว่ามันมีกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ที่มาติดต่อในส่วนของบริษัทตน เพื่อทำการเชื่อมต่อ ติดต่อ หรือเรื่อง Know-how ความรู้ต่าง ๆ

อย่างไรก็ดี ตนยังไม่ทราบว่าพนักงานสอบสวนมองในประเด็นใด หรือเจาะจงไปที่บริษัทแห่งไหนของตน เพราะตนเป็นกรรมการในหลายบริษัทที่รับทำระบบเรื่องนี้ ทั้งนี้ วันนี้ตนมีเอกสารสำหรับประกอบการชี้แจงครบถ้วน อาทิ เอกสารรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) ตั้งแต่ปี 2566-2569 เป็นต้น

เพื่อที่พนักงานสอบสวนจะได้ดูเลยว่าเรามียอดเงินรับโอน-จ่ายออกกับบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM จำกัด จริงหรือไม่ เพราะตนชี้แจงได้หมดว่าเงินเหล่านั้นโอนไปที่ไหน เพราะอะไร

อย่างไรก็ตาม ส่วนเหตุใดบริษัทโบรกเกอร์ถึงเลือกติดต่อทำกับบริษัทตนเองนั้น ก็เพราะว่าทุกคนรู้ดีว่าบริษัทของตนทำเกี่ยวกับเรื่องซอฟท์แวร์อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องปกติที่เขาอยากติดต่อมาทำเรื่องการเชื่อมต่อ หรือ MetaCode เป็นต้น ทั้งนี้ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเก่าอย่าง Forex-3D ซึ่งก็คงมีการเข้าใจผิดในเรื่องของการสื่อสารข่าว

นายรัฐภูมิ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวอ้างว่า ตนมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยง รับโอนจากนายภูริทัต (พี่ชาย) จำนวน 142 ล้านบาทนั้น ตนยืนยันว่ามันเป็นข่าวมั่วแน่นอน และไม่มีอยู่จริง เพราะตนอ่านก็ยังงงว่าทำไมตัวเองได้รับเงินขนาดนั้น

ส่วนที่มองว่าเป็นข่าวกุหรือข่าวลอย ก็เพราะว่าตัวเลขมันไม่จริง ส่วนความเกี่ยวข้องกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM จำกัด นั้น ตนยืนยันว่าทั้ง 2 บริษัท ไม่ใช่บริษัทของตนเอง ส่วนเหตุผลว่าทำไมดีเอสไอเปิดเผยผังการสืบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับตนเอง ก็จะขอขึ้นไปฟังข้อมูลจากพนักงานสอบสวนก่อน

และตนก็ไม่เกี่ยงข้องกับบริษัท QRS Global หรือ น.ส.มัลลิกา (ผู้บริหารบริษัท QRS) เช่นเดียวกัน ไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้จักกับโค้ชเจมส์อีกด้วย จึงสงสัยว่าเหตุใดจึงมีชื่อของตนในสำนวนของดีเอสไอ

อย่างไรก็ตาม ในการขอความเป็นธรรม ตนมองว่าทุกหน่วยงานก็ให้ความยุติธรรมกับประชาชนอยู่แล้ว ตนก็มั่นใจว่าหน่วยงานจะให้ความเป็นธรรมตนเองด้วย และตนก็ผ่านมาแทบทุกกระบวนการซึ่งก็ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากรับฟังก่อนว่ามีอะไรบ้าง

นายรัฐภูมิ กล่าวอีกว่า ส่วนชื่อบริษัทต่าง ๆ ที่ปรากฏเป็นข่าว ตนไม่เคยรู้จักมาก่อน และวันนี้ตอนนี้ตนยังไม่กังวลอะไร แค่อยากขอขึ้นไปฟังพนักงานสอบสวนก่อน ส่วนเรื่องการยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น เพราะก่อนหน้านี้ ได้มีผู้ถูกกล่าวหาที่มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับและถูกฝากขังศาล ตนมองว่าไม่น่าถึงขนาดนั้น เพราะหน่วยงานน่าจะให้ความเป็นธรรม

ส่วนของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ ป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 แก่นายภาวุธ หลังจากเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา นายภาวุธ ได้มอบอำนาจให้ทีมงาน คือ นายอภิเชษฐ ถาบุตร เข้ายื่นเอกสารขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 จากเดิมวันที่ 31 ก.ค.69 ไปเป็นวันที่ 3 ส.ค.69 แทน

โดยให้เหตุผลว่ายังไม่เห็นหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 ดังกล่าว และตนเองติดประชุมกรรมาธิการ จึงประสงค์ขอเลื่อน ซึ่งพนักงานสอบสวนก็รับทราบให้เลื่อน โดยนัดหมายเตรียมเข้าพบในเวลา 14.00 น.วันนี้

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า กรณีของ นายรัฐภูมิ และนายภาวุธ หากวันนี้มีการเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ก็ยังสามารถมีสิทธิในการขอประกันตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวนได้

โดยจะเป็นการพิจารณาของพนักงานสอบสวนว่าจะอนุมัติการให้ประกันตัวด้วยเงื่อนไขอย่างไร หรือไม่ หรือจะมีการขอฝากขังต่อศาล และให้ผู้ถูกกล่าวหาไปยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาลแทน

ส่วนก่อนหน้านี้ที่มีการออกหมายเรียกแก่ผู้ต้องหาจำนวนทั้งสิ้น 22 ราย ล่าสุดได้มีการทยอยเดินทางเข้าพบและรับทราบข้อกล่าวหาบางส่วนแล้ว ขณะที่ส่วนใหญ่ยังคงส่งหนังสือขอเลื่อนหมายเรียกออกไปก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน