ศาลจำคุก ประสิทธิ์ เจียวก๊ก เพิ่ม 343 ปี ปรับ 2 แสนบาท คดีฉ้อโกง ให้ชดใช้ค่าเสียหายคืนแก่ผู้เสียหาย 173 คน พร้อมดอกเบี้ย รวมทุกคดีทั้งหมดโดนอ่วม 2,673 ปี

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี หมายเลขดำที่ อทย.638/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก บริษัท เหนือโลก จำกัด บริษัท มัณดาวีด์ จำกัด และบริษัท เว็บ สวัสดี จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ

โจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำลย 2-4 ประกอบธุรกิจลักษณะให้ประชาชนสมัครเป็นสมาชิกและหาสมาชิกเพิ่ม เพื่อให้ได้ใช้สิทธิในการซื้อขายสินค้าที่ร้านค้าสหกิจชุมชนดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ลักษณะขายเพ็กเกจทัวร์ทั้งในและต่างประเทศ โดยแยกแพ็กเกจตามระดับชั้นของสมาชิกให้จองโดยชำระเงินล่วงหน้า เสนออัตราค่าบริการถูกกว่าทั่วไป และหากไม่ใช้บริการในช่วงเวลาที่กำหนดก็มีประกันเงินคืนให้เป็นคูปองไว้ใช้ในแพ็กเกจหรือคืนเป็นเงินสดในอัตรา 1-10% ของราคาแพ็กเกจที่จ่าย จำเลยที่ 4 ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว รับจองห้องพักและรับจองตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โดยผู้ใช้บริการจะต้องสมัครเป็นสมาชิก ซึ่งจะได้สิทธิห้องพักและตั๋วเครื่องบินในราคาต่ำกว่าทั่วไป

เมื่อระหว่างวันที่ 3 ธ.ค.2563 – 2 พ.ค.64 ต่อเนื่องกันจำเลยทั้ง 4 ได้บังอาจร่วมกันหลอกลวงและแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ด้วยการโฆษณาประกาศ แพร่ข่าว ข้อความ ชักชวนด้วยวาจาแก่ประชาชนและบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปในสื่อสังคมออนไลน์ โดยได้จัดทำเว็บไซด์และกลุ่มแอพพลิเคชั่นไลน์ชื่อ กองทุนส่วนตัวท่านประธาน , “Sawadee Giftback” , MBD ซึ่งเป็นกลุ่มไลน์พนักงาน และกลุ่มลูกค้าในบริการสินค้าและบริการต่างๆ โดยให้พนักงานของจำเลยทั้ง 4 ช่วยกันประกาศออกโปรโมชั่น ให้ประชาชนศึกษาแผนการลงทุนผ่านทางคลิปวิดีโอ จนมีผู้หลงเชื่อ 173 คน และนำเงินมาร่วมลงทุนกับจำเลยทั้ง 4 ในรูปแบบต่างๆ

โดยมีเจตนาร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายและนำเงินมาร่วมลงทุนในกองทุนชื่อ กองทุนส่วนตัวท่านประธาน โดยเสนอว่าจะจ่ายผลประโยชน์ ตอนแทนเป็นเงินกำไรหรือดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ในลักษณะเป็นเงินหรือทรัพย์สินในอัตราที่สูงเกินกว่าร้อยละ 83.95 -164.25 บาทต่อปีเพื่อจูงใจให้ประชาชนทั่วไปรวมทั้งผู้เสียหายลงทุน แต่ความจริงแล้วพวกจำเลยไม่อาจที่จะจ่ายเงินต้นรวมทั้งกำไรหรือดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ตอบแทนตามที่กำหนดแต่อย่างใด เพียงแต่พวกจำเลยเจตนา ร่วมกันต้องการระดมเงินทุนและนำเงินทุนจากผู้เสียหายดังกล่าว มาหมุนเวียนจ่ายคืนให้แก่บุคคลและประชาชนทั่วไปทำให้จำเลยทั้งสี่ได้รับเงินจากผู้เสียหาย 173 คน จำนวน 102 ล้านบาท

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 3, 4, 5, 9, 11/1, 12, 15 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14(1) และให้จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายทั้ง 173 คน พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพระหว่างการพิจารณาคดีและถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางบางขวาง

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า ผู้เสียหายเบิกความเรื่องการลงทุน พยานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ ให้จำเลยทั้ง 4 คืนเงินให้ผู้เสียหายในคดีนี้

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดกฎหลายบทต่างกัน ให้ลงโทษจำคุก นายประสิทธิ์ จำเลย 1 กระทงละ 5 ปี รวมโทษจำคุกทั้งหมด 343 ปี และให้ปรับ 200,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2-4 ปรับ 250,000 บาท อย่างไรก็ตาม กฎหมายกำหนดให้จำคุกไม่เกิน 20 ปี คงจำคุก นายประสิทธ์ จำเลยที่ 1 รวม 20 ปี และให้จำเลยทั้งหมดชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายพร้อมดอกเบี้ยจนกว่าชำระให้แก่ผู้เสียหายเสร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายประสิทธิ์ เคยถูกศาลพิพากษาจำคุกมาแล้วก่อนหน้านี้ 3 คดี โดยคดีแรกพิพากษาไปปในปี 2566 โดยถูกจำคุกรวมทั้งหมด 1,115 ปี พร้อมปรับเงินอีก 145 ล้านบาท จากกรณีหลอกเหยื่อ 321 ราย ฉ้อโกงลงทุนซื้อ-ขายกระเป๋าแบรนด์เนม

และในปี 2568 นายประสิทธิ์ก็ถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุกเพิ่มอีก 1,210 ปี ในคดีฉ้อโกงประชาชนพร้อมให้คืนเงิน 1,000 ล้านบาทคืนแก่ผู้เสียหาย 267 คน ก่อนที่ในปี 2569 จะถูกศาลพิพากษาจำคุกเพิ่มอีก 4 ปี 12 เดือนและให้นับโทษต่อจากคดีฉ้อโกงลงทุนซื้อ-ขายกระเป๋าแบรนด์เนม รวมเป็นโทษจำคุกนายประสิทธิ์ทุกคดีทั้งหมด 2,673 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน