ทีมวิจัยเสือโคร่ง สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ยืนยันสามารถระบุตัวเสือโคร่งที่ทำร้าย จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้เรียบร้อยแล้ว เป็นเสือเด็กวัย 1 ปี 6 เดือน ลูกแม่อภิญญา
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 6 ส.ค.2569 ดร.อัจฉรา ซิ้มเจริญ ผอ.ส่วนวิชาการ และ นายสมโภชน์ ดวงจันทราศิริ หน.สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ยืนยันระบุตัวตนเสือโคร่งผ่านข้อมูลกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (CAMERA TRAP) ในพื้นที่จุดที่พบร่างของนายศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์
โดยพฤติกรรมของเสือโคร่งเมื่อล่าเหยื่อได้แล้วจะกลับมายังบริเวณจุดเดิมที่ล่าได้ ซึ่งจากฐานข้อมูลของทีมวิจัยเสือโคร่งรายงานว่า ในพื้นที่ดังกล่าว จะมีเสือโคร่งซึ่งเป็นเสือเพศเมียเต็มวัย ชื่ออภิญญา อายุ 8 ปี และ ลูก 3 ตัว เป็นครอกที่ 2 อายุประมาณ 1 ปี 6 เดือน
โดยครอบครัวเสือนี้ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ ซึ่งในเคสนี้จากการตรวจสอบจากกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติแล้ว เป็นตัวลูกเสือโคร่ง 1 ใน 3 ตัว ของแม่เสือโคร่งอภิญญา กลับมายังบริเวณที่ล่าเหยื่อเพียงตัวเดียว ในวันเกิดเหตุเสือโคร่งตัวดังกล่าวเดินผ่านเข้ามาในบริเวณที่เจ้าหน้าที่นอนพักอยู่ ซึ่งอยู่ในท่านอนราบขนานกับพื้น เป็นเหตุให้เสือโคร่งคิดว่าเป็นเหยื่อ เพราะมีลักษณะคล้ายกับเหยื่อปกติที่มีลักษณะเป็นแนวยาว จึงเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น
โดยการประเมินพฤติกรรมลูกเสือโคร่งในสภาพธรรมชาติ อายุลูกเสือ 1 ปี 6 เดือน อยู่ในช่วงเรียนรู้วิธีการล่าเหยื่อ แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวลูกเสือโคร่งดังกล่าวเป็นเสือซึ่งอยู่ในวัยที่อยากรู้อยากเห็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความบังเอิญ เนื่องจากโดยปกติของเสือจะไม่เข้าภายใต้ร่มเงาอาคาร หากมีการเคลื่อนไหวของคนจะหนีทันที
ซึ่งข้อเสนอแนะจากนักวิจัยเสือโคร่ง
1. เน้นย้ำเรื่องการระมัดระวังตัวของเจ้าหน้าที่ หลีกเลี่ยงการเปิดโอกาสให้เสือเข้าทำร้าย
2. ปรับสภาพแวดล้อมของสถานที่ เพิ่มแสงไฟส่องสว่าง และปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เปิดโล่ง เพิ่มระยะการมองเห็น
3. ปรับพฤติกรรมการอยู่ในบริเวณบ้านพัก ไม่อยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง
สำหรับกรณีที่จะเข้าข่ายเป็นเสือกินคน
1. เกิดเหตุซ้ำสม่ำเสมอ
2. นิสัยเลือกมนุษย์เป็นเหยื่อหลัก
ขั้นตอนดำเนินการ
1. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ดำเนินการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (CAMERA TRAP) กระจายรอบพื้นที่บริเวณหากินของครอบครัวเสือโคร่งอภิญญา เพื่อศึกษาพฤติกรรมของเสือโคร่งว่าสามารถใช้ชีวิตโดยการล่าเหยื่อเองได้หรือไม่ และนำข้อมูลที่ได้จากกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (CAMERA TRAP) มาวิเคราะห์ต่อไป
2. หากมีปลอกคอสัญญาณดาวเทียมติดตามตัวสัตว์ป่า พร้อมดำเนินการใส่ปลอกคอเพื่อศึกษาพฤติกรรม ของลูกเสือโคร่งทั้ง 3 ตัว อย่างต่อเนื่องตามแนวทางการศึกษาวิจัยเสือโคร่ง
3. หากยังมีพฤติกรรมทำร้ายคนซ้ำในช่วงเวลาสั้นๆ จะดำเนินการจับออกจากระบบนิเวศไปปรับพฤติกรรม
4. เริ่มปฏิบัติการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (CAMERA TRAP) รอบอาณาเขตตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จำนวน 15 จุด ครอบคลุม 40 ตารางกิโลเมตร ใช้ระยะเวลาการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (CAMERA TRAP) จำนวน 2 วัน
ด้านนางชยาภร อามระดิษฐ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 แถลงยืนยันพบหลักฐานลูกเสือโคร่งตัวผู้ อายุ 1 ปี 6 เดือน ซึ่งเป็นลูกเสือ 1 ใน 3 ตัวของแม่เสืออภิญญา ที่ทำร้ายนายศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์ วิชาจารย์ พนักงานราชการ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยหลักฐานจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าที่พบว่าลูกเสือโคร่งตัวนี้กลับมาในจุดที่นำร่างของนายศักดิ์รินทร์
นางชยาภร กล่าวว่า จากพฤติกรรมของเสือโคร่งโดยยืนยันตามหลักวิชาการมา 30 ปี โดยพฤติกรรมเสือถ้าล่าเหยื่อตรงไหน เขาจะกลับมาจนกว่าเหยื่อจะหมด ซึ่งทีมวิจัยและรู้ว่าเสือต้องกลับมา และพบว่าลูกเสือโคร่งกลับมาจริงๆ ซึ่งอายุของเสือโคร่ง เพศผู้ อายุ 1 ปี 6 เดือน กำลังอยู่ในวัยซุกซน และอยากรู้อยากเห็นและเรียนรู้วิธีการล่าเหยื่อ
