ดีเอสไอ แจ้งกองปราบ เอาผิดคนปล่อยสำนวนฮั้ว สว. ยันกระทบการสอบสวน ชี้เอกสารเปิดเผยได้ เมื่อคดีถึงชั้นศาล

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ส.ค.2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เจ้าหน้าที่กองกฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่นำเนื้อหาภายในสำนวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ออกเผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยระบุว่าการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ DSI ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมต่อสื่อมวลชน

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษก DSI เปิดเผยว่า อธิบดี DSI สั่งการให้ตรวจสอบภาพเนื้อหาเอกสารที่ปรากฏเผยแพร่ในสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ และพบว่าเป็นเนื้อหาที่อยู่ภายในสำนวนการสอบสวนของ DSI จริง

โดยหลักการสอบสวนคดีอาญา การเปิดเผยเนื้อหาในสำนวนจะกระทำได้เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ในชั้นศาลและเปิดเผยต่อหน้าจำเลย การนำเอกสารดังกล่าวออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะจึงอาจสร้างความเสียหายต่อการดำเนินคดีเป็นอย่างมาก จึงมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามพฤติการณ์ พร้อมให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามขยายผลตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อไป

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ประเด็นที่พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบมี 2 ส่วนสำคัญ คือ เอกสารที่ถูกนำมาเผยแพร่นั้นเป็นเอกสารจริงหรือไม่ และหากเป็นเอกสารจริง เอกสารดังกล่าวหลุดออกไปอยู่ในมือของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลภายนอกได้อย่างไร รวมถึงจะตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือเอื้อประโยชน์ให้มีการนำเอกสารออกไปเผยแพร่หรือไม่

ทั้งนี้ DSI ยืนยันว่าการแจ้งความดำเนินคดีครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส ไม่ได้มีเจตนาแจ้งความเพื่อปิดปากบุคคลหรือองค์กรใด และพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่

สำหรับการแจ้งความครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์เมื่อเวลา 09.45 น. วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีองค์กร iLaw นำข้อมูลเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ออกมาเผยแพร่ โดยระบุว่าเอกสารดังกล่าวเป็นสำนวนของกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน สังกัด DSI จริง

ขณะเดียวกัน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และหากพบว่ามีการกระทำความผิด ผู้เกี่ยวข้องอาจถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ โดย รมว.ยุติธรรมระบุด้วยว่า เอกสารที่หลุดออกไปนั้นเกิดขึ้นจากการตรวจสอบในช่วงสมัยของ รมว.ยุติธรรมคนก่อน ก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน