พนักงานร้านทอง แจงอีกมุม ปมด่าคนกดเงินตู้ATM-คุยโทรศัพท์หน้าร้านทอง ยันแค่ขอให้เบาเสียง เผยหลังคลิปถูกแชร์ในโซเชียล คนที่สร้างความรำคาญบริเวณหน้าร้านลดลง
จากกรณีมีคลิปเหตุการณ์บริเวณหน้าตู้ ATM หน้าร้านทองแห่งหนึ่งย่านนวนคร ปทุมธานี ซึ่งเกิดการโต้เถียงระหว่างชายที่มาใช้บริการตู้ ATM กับทางร้านทอง หลังเข้าไปขอให้ลดเสียงขณะพูดคุยโทรศัพท์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น
เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว วันที่ 25 ส.ค.2569 ที่หน้าร้านทองดังกล่าว นายสุมนต์ พนักงานร้านทอง ชี้แจงถึงเหตุการณ์ว่า ชายที่มาใช้บริการตู้ ATM ได้เปิดสปีกเกอร์โฟนและพูดคุยโทรศัพท์ด้วยเสียงดัง จึงเข้าไปขอให้ลดเสียง พร้อมแนะนำให้ปิดสปีกเกอร์และเปลี่ยนเป็นการถือโทรศัพท์แนบหูคุยตามปกติ โดยยืนยันว่าไม่ได้ห้ามคุยโทรศัพท์และไม่ได้ห้ามใช้บริการตู้ ATM เพียงแต่ขอให้ลดเสียง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่หน้าร้าน
นายสุมนต์ ระบุว่า ชายคนดังกล่าวตอบกลับในลักษณะว่า “ที่นี่คุยโทรศัพท์ไม่ได้เหรอ หน้าตู้ ATM คุยโทรศัพท์ไม่ได้เหรอ” ทำให้รู้สึกว่าอีกฝ่ายพูดเหมือนมีเรื่อง จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกคลิปไว้ โดยตอนแรกชายคนดังกล่าวยังไม่ได้กดเงิน แต่เมื่อเห็นว่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย ก็เข้าไปกดเงิน จากนั้นจึงเกิดการโต้เถียงกัน และมีการใช้คำหยาบคายทั้งสองฝ่าย โดยนายสุมนต์ยอมรับว่าตนเองก็พูดหยาบคายกลับ แต่ยืนยันว่าไม่มีการชกต่อยหรือทำร้ายร่างกายกัน
นายสุมนต์ ยังชี้แจงเรื่องพื้นที่หน้าร้านว่า ตู้ ATM ที่ตั้งอยู่มีการเสียค่าเช่าพื้นที่ และทางร้านเป็นผู้รับผิดชอบค่าไฟ ส่วนพื้นที่หน้าร้านมีทั้งส่วนที่เป็นพื้นที่ของร้านและพื้นที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยบริเวณกันสาด สังกะสีหรือเมทัลชีท รวมถึงแนวพื้นที่บริเวณกระเบื้องด้านหน้าร้าน เป็นพื้นที่ที่ต้องมีการเสียค่าเช่าให้หน่วยงานดังกล่าว
นอกจากนี้ นายสุมนต์กล่าวถึงข้อกำหนดเรื่องกันสาดว่า หน่วยงานอนุญาตให้ติดกันสาดได้ แต่ห้ามตั้งเสา หากมีการตั้งเสาจะมีการคิดค่าธรรมเนียมตามพื้นที่ พร้อมระบุว่าหน่วยงานมีการสำรวจพื้นที่ว่ามีใครทำอะไรเกินพื้นที่ ล้ำพื้นที่ หรือผิดเงื่อนไขหรือไม่ และในส่วนของร้าน หากได้รับแจ้งให้รื้อหรือทุบก็จะดำเนินการตาม โดยตนเองเคยเป็นคนทุบและตัดเสาที่ไม่ได้รับอนุญาตออกทั้งหมด
ส่วนปัญหาคนเข้ามาวนเวียนบริเวณหน้าร้าน นายสุมนต์ระบุว่าเกิดขึ้นมานานกว่า 10 ปีแล้ว ทั้งการมานั่งรวมกลุ่ม สูบบุหรี่ ทิ้งก้นบุหรี่และขยะ รวมถึงนำรถมาจอดทิ้งไว้เป็นเวลานาน บางรายนั่งอยู่ในรถ 15 นาทีถึงครึ่งชั่วโมงโดยไม่ออกไปไหน จนทางร้านต้องเข้าไปเคาะกระจกสอบถามว่ามาทำอะไร
นายสุมนต์ ยังกล่าวถึงกรณีการสูบบุหรี่บริเวณหน้าร้านว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่ และเคยพบคนสูบบุหรี่ไฟฟ้าด้วย โดยมีการบันทึกภาพไว้ แต่ไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะมองว่าอีกฝ่ายอาจมีความผิดหนักขึ้น โดยหากพบการสูบบุหรี่ในช่วงกลางวันก็จะเข้าไปตักเตือน เพาะปัญหาควันบุหรี่ที่พัดเข้ามาภายในร้าน แม้คนจะสูบอยู่ห่างออกไป แต่ควันบุหรี่ก็ลอยเข้ามาได้ จึงมองว่าการไปสูบในจุดที่ห่างจากร้านมากขึ้นน่าจะช่วยลดผลกระทบได้
นายสุมนต์ ระบุว่า บางครั้งมีคนอุ้มลูกหรือจูงหลานมุดเข้ามาบริเวณร้าน ทำให้ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย และเคยมีการติดลูกกรงเพื่อป้องกันเด็กมุดเข้ามา โดยมองว่าพฤติกรรมบางอย่างเกิดขึ้นซ้ำๆ จึงทำให้ทางร้านต้องคอยสังเกตและป้องกันตัวเอง
สำหรับรถที่มาจอดหน้าร้าน นายสุมนต์ยืนยันว่า หากเป็นคนที่มาจอดเพื่อเข้าไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อเพียงช่วงสั้น ๆ สามารถจอดได้ แต่หากนำรถมาจอดทิ้งไว้นานผิดปกติ ทางร้านจะเข้าไปตรวจสอบ เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยบางรายอาจเข้าไปนั่งเล่นหรือดูคลิปในร้านสะดวกซื้อเป็นเวลานาน แล้วทิ้งรถไว้ด้านนอก
หลังจากคลิปเหตุการณ์เผยแพร่ออกไป นายสุมนต์ระบุว่า พฤติกรรมของคนที่เคยเข้ามาสร้างความรำคาญบริเวณหน้าร้านลดลงมาก โดยประเมินว่าหายไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้บริเวณหน้าร้านสงบขึ้น และมองว่าคนเหล่านั้นน่าจะรู้ว่าทางร้านมีการบันทึกภาพพฤติกรรมไว้
ส่วนเรื่องการดำเนินคดี นายสุมนต์ระบุว่า เจ้าของร้านจะดำเนินคดีในส่วนของร้านอย่างแน่นอน ส่วนตัวเขาเองจะมีการดำเนินคดีหรือไม่ก็เป็นสิทธิของแต่ละฝ่าย พร้อมย้ำว่าเรื่องที่ตนออกมาชี้แจงไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดี แต่ต้องการอธิบายถึงเหตุการณ์และเหตุผลที่เข้าไปพูดกับผู้ใช้บริการ
ทั้งนี้ นายสุมนต์ย้ำว่า ตนเอง ไม่ใช่เจ้าของร้าน แต่เป็นพนักงานร้านทอง ทำงานที่ร้านประมาณ 3 ปี และก่อนหน้านี้ช่วยดูแลตู้ ATM และดูแลความเรียบร้อยบริเวณหน้าร้าน โดยยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้ห้ามคุยโทรศัพท์หรือห้ามกดเงิน เพียงขอให้ลดเสียง ปิดสปีกเกอร์ และคุยโทรศัพท์โดยไม่รบกวนบริเวณหน้าร้าน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


