รัฐบาล เตือนประชาชน 4.54 ล้านราย ยื่นทบทวนสิทธิ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันสุดท้าย 31 ส.ค.นี้ ยื่นขอแก้ไขข้อมูลผ่าน OSS ได้ถึง 20 ก.ย.นี้
เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอแจ้งเตือนประชาชนที่ลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 และไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ หากประสงค์ขอให้ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง ต้องยื่นขอทบทวนสิทธิภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการยื่นคำขอ จึงขอให้ผู้ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบสถานะและยื่นคำขอภายในกำหนดเวลา
โดยข้อมูลของกรมการปกครอง ระบุว่ามีผู้ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ รวม 9,314,253 ราย ในจำนวนนี้ยื่นขอทบทวนสิทธิ์แล้ว 4,767,301 ราย หรือร้อยละ 51.18 ขณะที่ยังไม่ได้ยื่นขอทบทวนสิทธิ 4,546,952 ราย หรือร้อยละ 48.82
โดยผู้ประสงค์ขอทบทวนสิทธิ์สามารถดำเนินการได้ผ่านเว็บไซต์โครงการ welfare.mof.go.th หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือสาขาของธนาคารรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ตามวันและเวลาทำการ
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า วันที่ 31 ส.ค.เป็นวันสุดท้ายสำหรับการยื่นคำขอทบทวนสิทธิ์ ส่วนผู้ที่ต้องแก้ไขข้อมูลกับหน่วยงานเจ้าของข้อมูล สามารถนำเอกสารประกอบไปยื่นผ่านศูนย์ประสานงาน One Stop Service หรือ OSS ระดับอำเภอ และระดับเขตในกรุงเทพมหานครได้ถึงวันที่ 20 ก.ย.นี้
หากเห็นว่าผลการตรวจสอบคุณสมบัติหรือข้อมูลในระบบไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ขอให้ยื่นคำขอทบทวนสิทธิ์ภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ก่อน ส่วนการนำเอกสารไปแก้ไขข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังดำเนินการได้ถึงวันที่ 20 ก.ย.นี้ เพื่อไม่ให้พลาดกำหนดเวลาการยื่นทบทวนสิทธิ์
กระทรวงการคลัง จะประกาศผลการทบทวนสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.นี้เป็นต้นไป ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วน จะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นต้นไป
สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ที่ต้องยืนยันตัวตน มีจำนวน 3,139,886 ราย ดำเนินการยืนยันตัวตนแล้ว 2,510,504 ราย หรือร้อยละ 79.96 และยังไม่ได้ยืนยันตัวตน 629,382 ราย หรือร้อยละ 20.04 จึงขอให้ผู้ที่ยังไม่ได้ดำเนินการเร่งยืนยันตัวตนตามช่องทางที่โครงการกำหนด เพื่อเริ่มใช้สิทธิได้ตามกำหนด
ทั้งนี้ การยื่นทบทวนสิทธิ์ เป็นการขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติอีกครั้ง ไม่ได้หมายความว่าผู้ยื่นทบทวนสิทธิ์จะผ่านเกณฑ์โดยอัตโนมัติ จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบสถานะ ดำเนินการตามขั้นตอนให้ครบถ้วน และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์โครงการหรือช่องทางราชการเท่านั้น