“บิ๊กเต่า” เปิดขบวนการโกงสอบสาย ”นายกเฮง“ เรียกรับหัวละ 6.5 แสน กว่า 100 คน พบได้รับบรรจุแล้ว 57 คน จ่อเรียกสอบขยายผลตัวการใหญ่
วันที่ 27 ส.ค.2569 ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริต และพฤติกรรมโดยมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยถึงกรณีการจับกุมนายประวิทย์ หรือ นายกเฮง หรือ ผู้ใหญ่เฮง อายุ 62 ปี และ นางนวพร เจ้าหน้าที่อบต.แห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ กรณีเรียกรับเงิน 650,000 บาท อ้างเป็นค่าดำเนินการช่วยสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหากลุ่มจ.ส.ต.พิชิต ไปแล้วขณะที่ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้ง บก.ป. และ บก.ปปป. เป็นผู้ช่วยพนักงานไต่สวนในคดีดังกล่าว ส่วนการจับกุมครั้งนี้เกิดจากผู้เสียหายในจ.ศรีสะเกษเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายประวิทย์ โดย บก.ปปป. รับเรื่องไว้ดำเนินการเนื่องจากเป็นนโยบายให้ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือคดีที่มีความล่าช้าสามารถเข้าร้องทุกข์กับกองปราบปรามหรือ บก.ปปป. ได้เป็นรายกรณี และหากเข้าข่ายทุจริตก็จะส่งสำนวนให้ป.ป.ช. นำไปรวมกับสำนวนหลัก

สำหรับพฤติการณ์ พบว่านายประวิทย์ ทำหน้าที่เป็นนายหน้าในการรับคนเข้าสอบ โดยมีนางนวพร ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดและลูกน้องทำหน้าที่ติดต่อและชักชวนผู้เข้าสอบ รวมถึงรวบรวมเงินโดยมีผู้เสียหายในสายเฉพาะรอบปีงบประมาณ 2568 แต่เรียกรับเงินในปี 2567 มีจำนวนมากกว่า 100 คนและจากข้อมูลการสืบสวนพบว่า มีผู้เข้าสอบประมาณ 57 คนมีชื่ออยู่ในบัญชีผู้สอบได้ และได้รับบรรจุในปี 2569 อีกทั้งยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขข้อสอบ
ขณะที่ผู้ที่จ่ายเงินแล้วแต่ไม่มีชื่อสอบได้ มีประมาณ 40 กว่าคนโดยแต่ละรายจ่ายเงินประมาณ 650,000 บาท ส่วนใหญ่ได้ไปแจ้งความในพื้นที่จ.ศรีสะเกษ ในข้อหาฉ้อโกง ทั้งนี้ ผู้เสียหายที่เข้าร้องทุกข์กับ บก.ปปป. ในคดีนี้ขณะนี้มี 1 ราย เชื่อว่ากลุ่มผู้สอบได้ประมาณ 57 คน น่าจะมีการจ่ายเงินในลักษณะดังกล่าวครบจำนวนแล้ว ส่วนกลุ่มที่สอบไม่ได้ประมาณ 40 กว่าคนได้ทวงถามเงินคืนจากนายประวิทย์ แต่ถูกบ่ายเบี่ยงและหลบหนีออกจากพื้นที่
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า นายประวิทย์ให้ความร่วมมือบางส่วน ตำรวจยังต้องสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยต้องเรียกผู้สอบได้ 57 คนมาสอบสวนเป็นรายบุคคลก่อน เพื่อพิจารณาว่าการจ่ายเงินและการสอบได้เกิดจากเจตนาทุจริตหรือไม่ ยังไม่ได้สรุปว่าทั้งหมดจ่ายเงินให้สอบได้ เพราะบางคนอาจสอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง ขณะที่บางรายอาจมีการแก้ไขข้อสอบ
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า ในกลุ่มดังกล่าวนางนวพร มีบทบาทในการรวบรวมเงิน ขณะที่นายประวิทย์มีข้อมูลว่าสามารถดำเนินการเกี่ยวกับการสอบได้ จึงถูกดำเนินคดีในลักษณะร่วมกัน และตำรวจพบข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับเส้นทางเงินและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง สำหรับความเชื่อมโยงกับกลุ่มจ.ส.ต.พิชิต นั้นมีหลักฐานชัดเจนว่ามีความเชื่อมโยงกัน

ส่วนประเด็นที่นายประวิทย์ อ้างว่าไลน์ถูกปลอมแปลง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ต้องสอบสวนให้แน่ชัดก่อน โดยตำรวจพบว่ามีตัวละครอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง และอาจมีพยานหลักฐานอื่นที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ส่วนจะมีบุคคลที่อยู่สูงกว่านายประวิทย์หรือไม่นั้น คดีนี้จะต้องดำเนินการต่อและเมื่อแล้วเสร็จจะส่งสำนวนให้ป.ป.ช. ภายในกรอบเวลาไม่เกิน 30 วัน เพื่อรวมกับสำนวนหลักของป.ป.ช. ซึ่งสามารถพิจารณากันบุคคลบางรายไว้เป็นพยาน เพื่อขยายผลไปถึงตัวการใหญ่ได้ เชื่อว่าการดำเนินการจะสามารถไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังในระดับที่สูงกว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในวันนี้
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันด้วยว่า สำหรับข้อกังวลว่าคดีนี้จะถูกดำเนินการเพียงในข้อหาฉ้อโกงหรือไม่นั้น ตำรวจมองพฤติการณ์ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเข้าข่ายทุจริตในลักษณะเป็นตัวกลางเรียกรับเงิน และนำเงินไปจ่ายให้เจ้าหน้าที่รัฐ การดำเนินคดีไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือดิสเครดิตพรรคการเมือง เนื่องจากผู้เสียหายเป็นผู้เข้าร้องทุกข์กับตำรวจเอง โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางทำงานตามหลักตรงไปตรงมา ไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือพรรคการเมืองใด
คดีนี้เป็นเพียงส่วนย่อยจากสำนวนการไต่สวนหลักของ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เริ่มต้นตรวจสอบเรื่องทุจริตดังกล่าว และขอกำลังจาก บก.ปปป. เข้ามาดำเนินการตรวจค้นและสืบสวน ตำรวจสอบสวนกลางจะเดินหน้าดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน พร้อมเชื่อว่าเมื่อป.ป.ช. ดำเนินการในสำนวนหลักจะสามารถขยายผลไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับที่ใหญ่กว่านี้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ 57 คนที่อยู่ในสายของนายประวิทย์นั้น มีรายงานว่าทั้งหมดได้มีการแก้คะแนนสอบ และยังเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่อยู่ในกลุ่มกว่า 5,900 คนที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับการโกงสอบท้องถิ่น