กทม. จับมือ 4 หน่วยงาน ปูพรมกวาดล้างยาเสพติดในชุมชน ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด ไอซ์ 2 ตัน ผู้ต้องหาตกใจกระโดดน้ำ-ปีนหลังคาหนี ต้องใช้โดรนบินกดดัน
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 25 ก.ย.2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร (ศอ.ปส.กทม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.),
พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บก.ปส.1 บช.ปส.) และ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร (ปปส.กทม.) ลงพื้นที่ชุมชนวัดทุ่งครุ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร หลังจากที่มีเบาะแสในเรื่องของผู้เสพยาเสพติด และผู้ขายยาเสพติด

กทม. จับมือ 4 หน่วยงาน ปูพรมกวาดล้างยาเสพติดในชุมชน ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด ไอซ์ 2 ตัน ผู้ต้องหาตกใจกระโดดน้ำ-ปีนหลังคาหนี ต้องใช้โดรนบินกดดัน
ก่อนที่จะแถลงผลปฏิบัติการกรุงเทพ ปลอดภัย “Safe BKK” เผย จับกุมคดียาเสพติด 3,644 ราย ของกลางยาบ้า 23.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 2 ตัน ยึดทรัพย์สินมูลค่า 253 ล้านบาท
ซึ่งมีการลงพื้นที่ท่ามกลางสายฝน โดยเดินตรวจเยี่ยมในชุมชน และบ้านต้องสงสัย 2 หลัง โดยสามารถจับกุมตัวผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้ 7 ราย พร้อมกับของกลางเป็นยาเสพติดทั้งยาบ้าและยาไอซ์ ซึ่งมอบให้กับทางตำรวจเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับทางกฎหมายต่อไป
นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปปส.) แถลงผลการดำเนินงาน บูรณาการความร่วมมือในโครงการปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด “Safe BKK 90 วัน” ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือน ก.พ.-ก.ย.
โดยปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่ที่กัดกร่อนชุมชนและเยาวชน การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ในกรุงเทพฯ มีชุมชนราว 2,000 แห่ง
ซึ่งจากการรวบรวมเบาะแสและการคัดกรอง พบชุมชนที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับยาเสพติดประมาณ 110 ชุมชน เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่คัดกรอง ค้นหาผู้ค้ารายย่อยและผู้เสพ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและคืนคนดีสู่สังคมอย่างครบวงจร เป็นโครงการที่ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้เราได้ผู้เสพผู้ขายรวมทั้งกำจัดต้นตอได้
ด้าน นายปฤณ กล่าวว่า สรุปผลการปฏิบัติการSafe BKK 90 วัน ตลอด 90 วันที่ผ่านมา สามารถจับกุมและยึดของกลางเป็นยาบ้าได้รวมกว่า 23 ล้านเม็ด, ไอซ์ประมาณ 2,000 กิโลกรัม (2 ตัน)
และอายัดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดทั้งรายใหญ่และรายย่อยมูลค่ารวมกว่า 250 ล้านบาท ยืนยันว่าปฏิบัติการนี้จะไม่หยุดเพียงแค่ 90 วัน แต่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน
สำหรับผลการลงพื้นที่กวาดล้างล่าสุดในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบเป้าหมายผู้ค้ารายย่อย จำนวน 7 ราย สามารถควบคุมตัวได้ครบทั้งหมด และคัดกรองผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดประมาณ 30-40 ราย พร้อมยึดยาบ้าและไอซ์จำนวนไม่มาก จากนั้นได้นำผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าจะเสพมาตรวจปัสสาวะ ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการบำบัด
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า แม้ว่าที่ผ่านมาตำรวจจะปฏิบัติการจับกุม ผู้ค้ายาเสพติดจำนวนมากมาแล้ว แต่มันไม่ได้หมดไป เราจึงต้องเข้ามาตรวจสอบชุมชน ที่คาดว่าเป็นชุมชนเสี่ยง และได้รับการร้องเรียนว่ามีปัญหาของยาเสพติด
โดยอุปสรรคในการปฏิบัติการในพื้นที่ชุมชน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นซอยแคบ รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ และมีเส้นทางเชื่อมต่อไปยังลำคลองหรือเขตติดต่อจังหวัดข้างเคียง ทำให้ผู้ต้องหาสามารถหลบหนีได้ง่าย
โดยในภารกิจครั้งนี้พบเหตุการณ์ผู้ต้องหากระโดดน้ำหลบหนี ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ดักซุ่มจับกุมไว้ได้ รวมถึงมีผู้ต้องหาปีนขึ้นหลังคาบ้าน ซึ่งต้องใช้โดรนบินกดดัน และการตั้งด่านสกัดผู้ต้องหารายสำคัญที่พยายามขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี
ด้วยสาเหตุที่เราจะต้องบูรณาการร่วมกันหลายฝ่าย เป็นเพราะว่าบางครั้งตำรวจพื้นที่ลงมาตรวจสอบ ชาวบ้านหรือประชาชนก็จะคุ้นหน้าคุ้นตา และทราบดีว่า เป็นตำรวจในพื้นที่ก็ยิ่งทำให้ หลบหนีได้ง่าย
ที่จับกุมผู้ค้ารายย่อยได้ไม่ได้หมายความว่ายาเสพติดจะน้อย แต่กลุ่มคนพวกนี้มักจะไม่เอายาเสพติดไว้ที่บ้านแต่จะเอาไว้ข้างนอกเพื่อเป็นการป้องกันเวลาเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม แต่ว่าการที่ลูกค้าเข้ามาเอายา ยอมรับว่าชุมชนเป็นพื้นที่ที่จับกุมได้ยาก
ดังนั้นผู้เสพต่าง ๆ ก็จะเข้ามาในชุมชนเพื่อมาเอายาเสพติด ผู้ค้ารายย่อยก็จะแบ่งจำนวนของยาเสพติดเฉพาะรายวันเพื่อให้ลูกค้ามารับ
ด้าน พล.ต.ต.นพสิทธิ์ กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของข้อมูลเบาะแสจากประชาชน เรายินดี พี่จะรับแจ้งเบาะแสและดำเนินการโดยจะปิดเป็นความลับ และจะขยายผลให้เร็วที่สุด หากใครพบเบาะแส ให้ช่วยกันแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วน 1599
โดยยืนยันว่า ข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับอย่างเข้มงวด ขณะที่ กทม. เชิญชวนผู้ที่ติดยาเสพติดหรือครอบครัว สามารถติดต่อขอรับการบำบัดได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ทุกแห่ง โดยไม่ถือเป็นความผิด เพื่อรับการฟื้นฟูทั้งร่างกายและอาชีพให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตในสังคมได้ตามปกติ
พ.ต.ต. ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ หรือ สารวัตรแจ๊ะ กล่าวว่า การเข้ามาในชุมชนนี้ถือว่ายากมาก เพราะเป็นทางแคบไม่สามารถเดินรถได้และด้านหลังก็เป็นคลอง ในการหลบหนีก็สามารถทำได้ง่าย ในการสืบสวนเราทราบเป้าหมาย
เมื่อได้กำลังเสริมก็ทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุมในพื้นที่นี้ 2 คดีทำให้ทราบว่าพื้นที่นี้เป็นตลาดค้าปลีกที่มีการรับแจ้งเป็นจำนวนสูงที่สุดในกรุงเทพมหานคร


