อยุธยาท่วมหนัก 7 อำเภอ ชาวบ้านรอบเกาะเมืองอยุธยาโดนหนัก เผยสัปดาห์เดียวขึ้นพรวด 1-2 เมตร ถนนภายในชุมชนหลายแห่งเริ่มถูกน้ำท่วมและบางจุดถูกตัดขาด

วันที่ 28 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ล่าสุดสถานการณ์เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำและริมคลอง หลังเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำและคลองสาขาเพิ่มสูงขึ้น จนถนนภายในชุมชนหลายแห่งเริ่มถูกน้ำท่วมและบางจุดถูกตัดขาด

ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว 7 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางปะหัน รวม 95 ตำบล 479 หมู่บ้าน 20 ชุมชน และ 20,173 ครัวเรือน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว 1 ราย ในพื้นที่อำเภอเสนา

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำบริเวณรอบเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ พบว่าระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณน้ำที่ถูกระบายจากเขื่อนเจ้าพระยาลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำและคลองโดยรอบเกาะเมืองอย่างต่อเนื่อง

ที่ชุมชนหัวแหลม หมู่ 4 ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าน้ำได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริมแม่น้ำและริมคลองเมือง ซึ่งเป็นคลองที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมแล้วหลายสิบหลังคาเรือน ขณะที่ถนนภายในชุมชนถูกน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถใช้รถสัญจรได้ตามปกติ

ก่อนหน้านี้มีการทำสะพานไม้สำหรับให้ชาวบ้านใช้เดินเข้าออกพื้นที่ แต่ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนล่าสุดน้ำได้ท่วมสะพานไม้บางช่วง ทำให้ชาวบ้านต้องหันมาใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้าออกชุมชน ทั้งการไปพบแพทย์ ไปซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน

นางสายฝน ชาวบ้านในชุมชนหัวแหลม เปิดเผยว่า ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 5-7 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ริมตลิ่ง น้ำขึ้นสูงหลายเมตร สะพานไม้ที่เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยานำมาทำไว้ให้ชาวบ้านเพิ่งใช้งานได้ไม่นาน ก็ถูกน้ำท่วมสูงจนต้องใช้เรือแทน

นางสายฝน กล่าวอีกว่า สำหรับบ้านเรือนที่อยู่ริมคลองเมือง บางจุดมีน้ำท่วมสูงประมาณ 1-2 เมตร ปีนี้น้ำมาเร็ว แม้ช่วงแรกจะยังไม่ท่วมสูง แต่เมื่อระดับน้ำเพิ่มขึ้นกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชื่อมต่อกับคลองเมือง กระแสน้ำค่อนข้างแรง ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของและปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์

ด้านนางสอดศรี อายุ 72 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ต้องให้คนในครอบครัวพายเรือมาส่งเพื่อออกไปพบแพทย์ เนื่องจากยาประจำตัวหมด แม้ตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่ออกจากบ้านในช่วงน้ำท่วม แต่เมื่อยาหมดก็จำเป็นต้องเดินทางออกมา

“ตอนแรกน้ำท่วมว่าจะไม่ไป แต่ยาหมด ก็ต้องพายเรือลุยน้ำออกมา น้ำท่วมมาได้ประมาณ 1 อาทิตย์ หรือ 5-7 วัน น้ำขึ้นเร็วมาก ขึ้นมาเป็นเมตร ๆ ลำบากมาก ต้องใช้เรือ” นางสอดศรีกล่าว

ทั้งนี้ เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาได้นำเรือมาแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย เพื่อใช้เป็นพาหนะในการเดินทางเข้าออกชุมชนในช่วงที่ถนนถูกน้ำท่วม พร้อมเตรียมให้การช่วยเหลือและดูแลประชาชนในด้านต่าง ๆ ต่อไป ขณะที่ชาวบ้านยังคงติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน