แม่ภัทร สะเทือนใจ ชี้จุดถูกกักขัง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ “โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม” เผยนาทีเผชิญหน้าป้าแมว-2จนท.ศูนย์เคยทำร้าย มีห้องลับอีก 1 จุดเพิ่งถูกพบวันนี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ต.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม พร้อมด้วยทีมงานสายไหมต้องรอด และ นางณภัทร หรือ แม่ภัทร เดินทางลงพื้นที่มายังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เพื่อชี้จุดที่ถูกกักขังและถูกทำร้ายร่างกายภายในศูนย์

โดยในการชี้จุด เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือสื่อมวลชน ไม่ให้เดินทางเข้าไปพร้อมกับแม่ภัทรและเจ้าหน้าที่ เนื่องจากต้องการให้พนักงานสอบสวน ทำแผนที่จุดต่าง ๆ ภายในศูนย์ผู้สูงอายุโสธรชัยให้เรียบร้อยและมีความสมบูรณ์มากที่สุด ก่อนจะเดินทางเข้าไปชี้จุดและทำแผนที่ประกอบอย่างละเอียด

โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม

แม่ภัทร สะเทือนใจ ชี้จุดถูกกักขัง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ “โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม” เผยนาทีเผชิญหน้าป้าแมว-2จนท.ศูนย์เคยทำร้าย มีห้องลับอีก 1 จุดเพิ่งถูกพบวันนี้

ทั้งนี้ หลังจากทางตำรวจกองปราบปรามพร้อมด้วยแม่ภัทร ได้เสร็จสิ้นการชี้จุดและทำแผนที่ประกอบ แม่ภัทร ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ตนคิดว่าตนเองมีความเข้มแข็งมากขึ้นแล้ว เมื่อกลับมาจะไม่รู้สึกสะเทือนใจใด ๆ แต่เมื่อเดินทางกลับมาถึงที่ศูนย์ ได้พบกับสถานที่ที่เคยถูกกักขัง เคยถูกทำร้ายและทรมาน ก็ยังรู้สึกหวาดกลัวและรู้สึกสะเทือนใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว

อีกทั้ง ขณะกำลังพาเจ้าหน้าที่ชี้จุดต่าง ๆ ภายในศูนย์ ก็ได้พบกับป้าแมว และเจ้าหน้าที่ของทางศูนย์ซึ่งเคยลงมือทำร้ายร่างกายตนอีก 2 คน ทำให้รู้สึกหวาดกลัวและมีอาการเกร็งไปทั่วร่างกาย จนหน้าซีด

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบต้องคอยเข้ามาถามอาการว่ายังไหวหรือไม่ ก่อนจะให้ทีมงานนำยาดมมาให้เพื่อจะได้ทำการชี้จุดและทำแผนที่ประกอบต่อไป และได้ให้ป้าแมวพร้อมทีมงานออกไปจากภายในศูนย์ จึงดำเนินการชี้จุดและทำแผนที่ประกอบต่อไปได้จนเสร็จเรียบร้อย

แม่ภัทร กล่าวอีกว่า การพาชี้จุดวันนี้ มีห้องลับอีก 1 ห้อง ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตรวจพบ ซึ่งตนเคยถูกนำตัวไปขังอยู่ในห้องนี้มาแล้ว จึงได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูห้องดังกล่าวพร้อมทำแผนที่ประกอบสำนวนคดีเพิ่มเติมจนเสร็จเรียบร้อยด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่า จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน รวมถึงลูกของตนเองด้วยอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน น้องเจแปน ลูกชายของป้าแมว ได้เดินมายกมือไหว้ขอโทษแม่ภัทร เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง ซึ่งแม่ภัทร ตอบว่า พร้อมจะให้อภัย แต่ในส่วนคดีความก็ยังต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุดตามกฎหมายต่อไปโดยไม่มีละเว้น

ก่อนจะเดินทางกลับ แม่ภัทร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่เรื่องของตนกลายเป็นประเด็นที่ทำให้หลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องทุกข์ทรมานอยู่ในศูนย์โสธรชัยแห่งนี้จนได้รับการช่วยเหลือออกไป

และทำให้ได้รู้ว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จนนำไปสู่การปูพรมตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่อยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไม่ให้มีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันนี้อีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน