‘เอกภพ’ เผยปมผู้เช่า-เจ้าของบ้าน ต่างฝ่ายต่างร้องสายไหมต้องรอด นัดไกล่เกลี่ยพรุ่งนี้ ชี้ผู้เช่าจ่ายค่าเช่าจริงแต่ไม่ตรงกำหนด พบค้างค่าไฟ 8 พัน
จากกรณีดราม่าปัญหาข้อพิพาทระหว่างผู้เช่าและเจ้าของบ้าน หลังเจ้าของบ้านออกมาร้องเรียนว่าผู้เช่าค้างชำระค่าเช่าและมีปัญหาเรื่องการใช้บ้านพัก ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายจนผู้เช่าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบ้านในข้อหาบุกรุก กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยทั้งสองฝ่ายได้มีการร้องเรียนผ่านเพจสายไหมต้องรอดนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ภายหลังจบรายการเปิดปากกับภาคภูมิ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้ทั้งฝ่ายผู้เช่าและเจ้าของบ้านได้มีการร้องเรียนมายังเพจสายไหมต้องรอด โดยทั้งสองฝ่ายมีกำหนดเดินทางไปเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ จังหวัดนครปฐม ในวันพรุ่งนี้ (21 ต.ค.) ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี และเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะสามารถทำความเข้าใจและตกลงกันได้
นายเอกภพ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานต่าง ๆ พบว่า ฝั่งผู้เช่ามีการชำระค่าเช่าจริง แต่ปัญหาคือชำระไม่ตรงตามวันที่ตกลงกันไว้ เช่น กำหนดชำระภายในวันที่ 1 ของทุกเดือน แต่กลับเลื่อนไปเป็นวันที่ 5 หรือวันที่ 6 ขณะที่เจ้าของบ้านมองว่า เมื่อตกลงกันว่าจะชำระวันที่ 1 ก็ต้องเป็นไปตามข้อตกลง อีกทั้งยังมีปัญหาการผิดนัดชำระเกินกว่า 2 งวด จึงทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการดัดแปลงต่อเติมบ้านเช่า ทำให้เจ้าของบ้านเกิดความไม่เชื่อมั่นและกังวลว่า หากในอนาคตผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่าต่อ แล้วตัวบ้านเกิดความเสียหายขึ้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ จนกลายเป็นปัญหาข้อพิพาทต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
อีกทั้ง กรณีค่าไฟฟ้าที่มียอดค้างชำระล่าสุดประมาณ 8,000 บาท ทางผู้เช่าอ้างว่าไม่เห็นใบแจ้งค่าไฟ จึงยังไม่ได้ชำระ ซึ่งตนได้อธิบายไปแล้วว่า การเป็นผู้พักอาศัยและใช้ไฟฟ้าย่อมมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ไม่จำเป็นต้องรอให้เห็นใบแจ้งหนี้ เนื่องจากปัจจุบันสามารถตรวจสอบและชำระผ่านแอปพลิเคชันของการไฟฟ้าได้เอง
สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ระหว่างที่ดำเนินรายการ ซึ่งคนที่รับชมก็มีการเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ผู้เช่าที่มีรอยยิ้มตลอด จนถูกมองว่าไม่รู้สึกสลดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายเอกภพ มองว่า เรื่องดังกล่าวต้องเปิดโอกาสให้เจ้าตัวได้อธิบาย แต่ส่วนตัวมองว่าเรื่องสลดหรือไม่สลดเป็นเรื่องรอง สิ่งสำคัญที่สุดคือความรับผิดชอบ
โดยเฉพาะเรื่องค่าไฟฟ้าที่ผู้เช่าต้องชำระ เนื่องจากเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าเอง รวมถึงประเด็นการดัดแปลงต่อเติมบ้าน ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุยกันว่า ก่อนส่งมอบบ้านคืนควรปรับสภาพบ้านให้กลับมาเหมือนเดิมหรือไม่ และจะดำเนินการเรื่องคืนเงินมัดจำอย่างไร โดยคาดว่าการเจรจาในวันพรุ่งนี้จะได้ข้อยุติที่ชัดเจน
เมื่อถามถึงมุมของผู้เช่าที่เข้ามาร้องเรียนผ่านเพจสายไหมต้องรอด นายเอกภพ กล่าวว่า ผู้เช่าร้องเรียนว่า ตนเองจ่ายค่าเช่าทุกเดือน แต่เหตุใดเจ้าของบ้านจึงยังออกมาโวยวายจนทำให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝั่งผู้เช่าต้องการร้องขอความเป็นธรรม
ส่วนกรณีที่เจ้าของบ้านถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุก นายเอกภพ อธิบายว่า เมื่อเจ้าของบ้านปล่อยบ้านให้ผู้อื่นเช่าแล้ว ผู้เช่าย่อมมีสิทธิครอบครองบ้านตามกฎหมาย การที่เจ้าของบ้านเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินภายในบ้านโดยผู้เช่าไม่ยินยอม จึงอาจเข้าข่ายความผิดได้ แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวสามารถประนีประนอมยอมความกันได้ หากทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันและถอนแจ้งความ
ทั้งนี้ แม้ทั้งคู่จะยังพูดคุยกันไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เชื่อว่าการมีอัยการคุ้มครองสิทธิ จังหวัดนครปฐม เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย จะช่วยให้สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้
นอกจากนั้น มีคนรู้จักของตนที่โดนเหมือนกัน ซึ่งได้เข้ามาเล่าให้ฟังเมื่อวานนี้ว่า เคยว่าจ้างบุคคลดังกล่าวให้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับการติดตั้งตามที่ตกลงกันไว้ โดยมีการโทรศัพท์เข้ามาพูดคุยในรายการแล้ว และมีการรับปากว่าจะเริ่มผ่อนชำระเงินคืนเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ นายเอกภพ กล่าวอีกว่า ภายหลังเรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นกระแสสังคม อาจทำให้ผู้ที่เคยได้รับความเสียหายรายอื่นออกมาร้องเรียนเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีผู้เสียหายอีกมากน้อยแค่ไหน พร้อมเปิดช่องทางให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากบุคคลทั้งสอง สามารถติดต่อเข้ามายังเพจสายไหมต้องรอดได้ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา รวมถึงการชดใช้และเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
