ผบช.ก. เผยใกล้ถึงเวลาออกหมายคดีมูลนิธิองค์กรทำดี! จ่อชัดพรุ่งนี้ ปมหมายจับหรือหมายเรียก ย้ำดูพยานหลักฐาน-พฤติการณ์เป็นหลัก พร้อมย้ำ! หนังสือขอความเห็นใจเรื่องลูก ไม่มีผลต่อรองประกันตัว ส่วนการเรียกกรรมการฯ-เหรัญญิกมาสอบเพิ่มหรือไม่ ขอดูรายละเอียดก่อน
วันที่ 5 พ.ย.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีการตรวจสอบเส้นทางการเงินมูลนิธิองค์กรทำดี ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน โดยพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อถามถึงประเด็นกระแสข่าวของการเตรียมออกหมายจับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ “บุ๋ม ปนัดดา” และ ”ก๊อต อธิป“ นั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ตามที่เคยชี้แจงไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง
โดยวันนี้จะมีการประชุมร่วมกับทาง ปอศ. อีก 1 รอบ ก่อนที่จะมีการตัดสินใจดำเนินการใดๆ ต่อไป พร้อมทั้งยืนยันว่าทุกขั้นตอนและการดำเนินการจะเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า ในส่วนของการพิจารณาออกหมายจับหรือหมายเรียกผู้เกี่ยวข้อง คาดว่าจะมีความชัดเจนตามเดิมคือ “ไม่เกินวันพรุ่งนี้” โดยต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน พยานนิติวิทยาศาสตร์ และพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาเป็นสำคัญ พร้อมยอมรับว่า “ที่ผ่านมามีการตรวจพยานหลักฐานไปเยอะแล้ว และใกล้ถึงเวลา”
เมื่อถามถึงหนังสือขอความอนุเคราะห์ของคุณบุ๋มที่ได้ส่งออนไลน์ให้กับตำรวจว่า “หากถูกจับ และไม่ได้รับการประกันตัว ก็จะส่งผลกระทบกับลูกและจะไม่สามารถเอาทรัพย์สินกลับมาคืนกับมูลนิธิได้ ”
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า “เรื่องนี้ไม่เป็นผล ไม่มีการต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น การดำเนินคดีทุกขั้นตอนปฏิบัติตามมาตรฐานเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป โดยยึดมั่นในนโยบายหลักและพฤติกรรมทางกฎหมายเป็นบรรทัดฐาน”
เมื่อถามต่อถึงแนวทางหากผู้ต้องหาจะเข้าพบตำรวจก่อนหมายจับจะออกได้หรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ตอบว่า สามารถทำได้ เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา แต่เราจะต้องพิจารณาตามเงื่อนไขของกฎหมายและพฤติกรรมในชั้นสอบสวน ว่าจะเข้าข่ายเงื่อนไขการให้ประกันตัวหรือไม่
โดยสิทธิในการยื่นขอประกันตัวหรือการพิจารณาคัดค้านขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อาญา) รวมถึงดูว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่
พร้อมยอมรับว่า ที่ผ่านมาได้มีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือข้อกฎหมายต่างๆ เนื่องจากคดีดังกล่าวมีความสำคัญและอยู่ในความสนใจของประชาชน จึงต้องปรึกษาแนวทางร่วมกับทางอัยการตามขั้นตอนปฏิบัติสำหรับคดีสำคัญ เพื่อให้สำนวนคดีมีความรัดกุมและถูกต้องตามกฎหมายมากที่สุด
เมื่อถามถึงประเด็นกรรมการของมูลนิธิฯ รวมถึงคุณองุ่นที่เป็นเหรัญญิก หลังอ้างว่าตัวเองเป็นแพะของคุณบุ๋ม ถือเป็นคนสำคัญที่จะต้องเรียกเข้ามาให้ข้อมูลหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ตอบว่า “ขอไปดูรายละเอียดก่อน”
ส่วนกรณีที่มีนักกฎหมายให้ความเห็นว่าลักษณะนี้อาจจะเข้าข่ายการยักยอกทรัพย์หรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ บอกว่า “เราดูพฤติกรรมทั้งหมด ไม่ได้ดูเป็นเคส”
แต่เมื่อถามย้ำว่าถ้าหากมีการยักยอกหลายครั้ง จะเป็นการฟอกเงินหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยิ้มหัวเราะและไม่ตอบคำถาม
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการทำงานร่วมกันระหว่าง ปอศ. และกองปราบฯ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพยายามแยกส่วนและประสานข้อมูลร่วมกันเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำผิดหรือมีความเชื่อมโยงอย่างไร โดยคณะทำงานได้ตั้งเป็นคณะกรรมการสอบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เน้นย้ำในช่วงท้ายว่า ทุกการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยึดถือพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อกฎหมายเป็นหลัก โดยจะมีความคืบหน้าที่ชัดเจนออกมาให้ทราบในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
