เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ ครั้งที่ 1/2559 โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะประธานผู้แทนพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือครม.ส่วนหน้า และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าร่วม ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

พล.อ.ประวิตร กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมหารือเกี่ยวกับการพัฒนางานเพื่อความมั่นคง และยุทธศาสตร์พัฒนาเพื่อความมั่นคงในอนาคต ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รับผิดชอบดูแล ไม่เกี่ยวกับเรื่องภาคใต้ ซึ่งการทำงานภาคใต้เป็นเรื่องของยุทธวิธี ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จะเป็นคนดูแล

สำหรับเหตุการณ์ระเบิดในภาคใต้ล่าสุดที่จังหวัดปัตตานี เราทราบทางการข่าวมาก่อน และไม่ได้ตำหนิเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากกว่านี้ เพราะรู้อยู่ว่าฝ่ายที่ก่อเหตุต้องการรุก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าสามารถดำเนินการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ซึ่งเขาทำได้ไม่เต็มที่ นอกจากพื้นที่นอกเมือง จึงฝากแม่ทัพภาคที่ 4 และผอ.ศชต.ช่วยกันให้มากกว่านี้ โดยส่งคนเข้าไปดูแลความปลอดภัยประชาชนให้มากขึ้นกว่าที่เดิม พร้อมกับให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมชี้เบาะแสให้มาก อย่างไรก็ตาม เหตุไม่สงบที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ ไม่เกี่ยวกับการปรับกำลังทหารออกนอกพื้นที่ และเหตุที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง หากเทียบกับที่เกิดขึ้นในสมัยก่อน และเกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ระดับอำเภอและเป็นพื้นที่รอบนอก แต่เราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สำหรับปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ที่ตนได้ประชุมร่วมกับทางมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือว่ามีความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องการดูแลความสงบในพื้นที่ตามแนวชายแดน ว่าจะใช้เวลาปฏิบัติเท่าไหร่และทำอย่างไรจึงจะเกิดเป็นรูปธรรม ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการร่วมมือ รักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ซึ่งเป็นการลงลึกในรายละเอียดและกำหนดการปฏิบัติให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม ทั้งเรื่องปัญหาคน 2 สัญชาติ ที่ไทยได้ส่งรายชื่อไปให้มาเลเซียตรวจสอบ และเสนอให้ตั้งคณะกรรมการร่วมกันกับทางมาเลเซียเพื่อพูดคุยกัน ร่วมทั้งปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และรั้วชายแดนที่ทั้งสองประเทศจะตั้งคณะกรรมการมาคุยกันเรื่องแบบก่อสร้าง งบประมาณ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุไม่สงบที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ มักจะใกล้กับวัดและศาสนสถาน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขาไม่ได้มุ่งทางนั้น แต่ทำเฉพาะทหารและเจ้าหน้าที่ ซึ่งเราพยายามดูแลโดยทหารพรานและตำรวจ ร่วมมือกันดูแลอย่างดี

เมื่อถามถึงข้อสังเกตการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเริ่มเขยิบเข้ามามีบทบาทในอาเซียน รองนายกฯกล่าวว่า ไม่ใช่ เขาไม่ได้เขยิบ ยกตัวอย่างการประชุมอาเซียนบวกหนึ่ง จะมีประเทศสหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน เข้าร่วม ซึ่งญี่ปุ่นก็เป็นประเทศหนึ่งที่เป็นคู่เจรจา ที่ประสานความร่วมมือกันในด้านต่างๆ ต่อข้อถามว่าที่ประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ได้พูดคุยเกี่ยวกับนโยบายของนายโดนัล ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้อนว่า “โดนัล ทรัมป์ จะมาเกี่ยวอะไรกับอาเซียน ไม่เกี่ยวกัน ไว้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีก่อน ก็คงจะแถลงเองว่านโยบายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯเป็นอย่างไร ขณะที่ประเทศไทยไม่มีอะไรที่ต้องไปรับมือ

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่ตำรวจ 191 เข้าตรวจค้นอาวุธย่านบางซื่อและจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจค้นไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งกทม.และต่างจังหวัด ที่มีการข่าวต้องสงสัย บางครั้งเจ้าหน้าที่ก็รายงานบางครั้งก็ไม่ได้รายงาน เพราะตนคงรับไม่ไหวทั้งประเทศ โดยผบ.ตร.จะรายงานภาพรวมการทำงานในคราวเดียว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน