รวบ 2 โจ๋อาชีวะ คว้ามีดฟันนักเรียนคู่อริเข้ากลางอก เลือดสาด

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ขณะที่พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และฝ่ายปราบปราม ร่วมกันออกตรวจตราพื้นที่รับผิดชอบตามปกติ กระทั่งมาถึงบริเวณซอยคู้บอน 27 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ก็พบนักเรียนอาชีวะชื่องดังแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี 4 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจยย.กันมา 3 คัน โดยพบว่าคนซ้อนท้ายเหน็บอาวุธมีดไว้กลางหลัง จึงขับรถตามเพื่อสังเกตุพฤติกรรม แต่ระหว่างนั้นกลุ่มนักเรียนดังกล่าวก็พบนักเรียนคู่อริ ขับขี่และซ้อนท้ายรถจยย.กันมา 2 คน จังหวะนั้นนักเรียนอาชีวะย่านมีนบุรี ได้ใช้อาวุธมีดฟันเข้าที่กลางหน้าอกของนักเรียนคู่อริ ซึ่งเป็นคนขับรถจยย.จนได้รับบาดเจ็บ

 
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไล่ติดตามผู้ก่อเหตุจนสามารถจับกุมตัวไว้ได้ 2 คน ทราบชื่อคือนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี และนายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลางอาวุธมีดหัวตัด 1 เล่ม มีดดายหญ้า 1 เล่ม และรถจยย.ฮอนด้าเวฟ 110 ไอ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 2กล 7413 กทม. ส่วนอีก 2 คน หลบหนีไปได้ หลังจากนั้นจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู นำผู้บาดเจ็บส่ง ร.พ.นพรัตนราชธานี เพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วน

201607212121301-20140401185156
สอบสวนเพื่อนผู้บาดเจ็บให้การว่า ตนและผู้บาดเจ็บเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ช่างสถาปัตย์ ของสถาบันแห่งหนึ่ง ขณะที่เพื่อนกำลังขี่รถจยย.มาถึงที่เกิดเหตุ เพื่อไปส่งตนกลับบ้านพัก จู่ๆ ก็มีกลุ่มนักเรียนดังกล่าว เข้ามาประกบก่อนเรียกให้เพื่อนตนจอดพร้อมทั้งขอดูแหวนที่นิ้วมือ และสอบถามว่าศึกษาอยู่ที่สถาบันไหน แต่ผู้บาดเจ็บบ่ายเบี่ยงตอบกลับไปว่าเรียนกศน. จากนั้นนายเอ ก็ได้ใช้มีดฟันเพื่อนตนเข้าที่หน้าอก 1 แผล จนเลือดสาด โชคดีที่ถูกซี่โครงด้านขวาหากเป็นข้างซ้ายอาจทะลุปอดจนส่งผลให้ตนเสียชีวิตได้ กระทั่งมีตำรวจมาจับกุมตัวไว้ได้

 
ด้านพ.ต.อ.สิงห์ เปิดเผยว่า ภายหลังจับกุมผู้ก่อเหตุ จะได้ประสานกับผู้ปกครองเพื่อมารับทราบถึงพฤติกรรม หลังจากนี้จะดำเนินการตามขึ้นตอนของกฎหมายซึ่งเป็นคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 30/2559 เรื่องมาตราการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา และแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัสก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้สาวญี่ปุ่นปลื้ม โชเฟอร์แท็กซี่โร่คืนทรัพย์สิน หลังลืมไว้บนรถ
บทความถัดไปองค์กรรัฐ-เอกชน ผนึกกำลังจัด 4 งานใหญ่โชว์สุดยอดนวัตกรรมผู้สูงอายุ