เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศโดยรอบพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง ยังคงมีประชาชนจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศเดินทางมาต่อคิว เพื่อรอเข้าถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะเป็นวันทำงานปกติ ท่ามกลางอากาศในช่วงเช้าที่ร้อนอบอ้าว แต่ประชาชนยังคงเดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจ และกลุ่มอาสาสมัครคอยจัดคิวอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่นำรั้วเหล็กมาติดตั้งบริเวณทิศเหนือของท้องสนามหลวง เพื่อใช้เป็นแนวกั้นแทนการใช้กรวยจราจรและเชือกพลาสติก เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของประชาชนในการเดินแถวเข้าไปยังพระบรมมหาราชวังเพื่อถวายบังคมพระบรมศพ โดยเป็นการกำหนดเส้นทางให้ชัดเจนมากขึ้น และง่ายต่อการจัดการระเบียบแถว นอกจากนี้ ยังมีอาหาร น้ำดื่มและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่คอยให้บริการแก่ประชาชน
ในส่วนของการดูแลรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจและนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ยังปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดคัดกรองทั้ง 8 จุดรอบท้องสนามหลวงอย่างเข้มงวด เพื่อทำการตรวจค้นร่างกาย กระเป๋าสัมภาระ อาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย รวมไปถึงตรวจบัตรประจำตัวประชาชน และหนังสือเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้าสู่บริเวณท้องสนามหลวง เพื่อปกป้องกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจปะปนเข้ามา
ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่เต็นท์กอร.รส. นายเชาวลิต ลิ้มมณีวิจิตร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้มอบคู่มือการเดินทางไปร่วมถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้กับทางกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย จำนวน 500,000 ฉบับ โดยจะเริ่มทยอยแจกครั้งแรก 100,000 ฉบับ เพื่อนำไปแจกและเผยแพร่ให้กับประชาชนตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ อาทิ สนามบิน สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต เอกมัย สายใต้ใหม่ หัวลำโพง สถานีรถไฟฟ้า และเผยแพร่ในรูปแบบสื่อออนไลน์เพื่อเผยแพร่ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อประโยชน์แก่กลุ่มคนที่หลากหลายมากขึ้น
เวลา 12.30 น. ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.ธาณี ฉุยฉาย ที่ปรึกษารองมทภ.1 พร้อมด้วยพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม.แถลงผลการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยพล.ต.ธาณี กล่าวว่า หลังจากที่พยายามย้ายการจัดคิวจากทิศใต้ของสนามหลวง มายังสนามหลวงทิศเหนือ ซึ่งมีการจัดเต็นท์รองรับประชาชนจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรายละเอียดเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน เช่นการ เพิ่มจุดบริการน้ำดื่มตามแนวเต็นท์ การติดตั้งพัดลม และการเพิ่มเก้าอี้
รองมทภ.1 กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันจะมีการจัดโซนบริการแจกอาหารในเต็นท์ เพื่อกำหนดว่าหน่วยงานใด แจกอาหารตรงจุดใดบ้าง เพื่อให้ประชาชนได้รับอาหารอย่างเท่าเทียมกัน ส่วนการจัดคิวเข้าไปสักการพระบบรมศพนั้น ได้ประสานกับสำนักพระราชวัง เพื่อดูแลให้เป็นระเบียบเรียบร้อย รวดเร็ว และไม่เหลือคนตกค้าง โดยหลังจากที่ประชาชนคนสุดท้ายออกจากพื้นที่สนามหลวงแล้วจะดำเนินการเรื่องความปลอดภัย ซึ่งคนที่จะอยู่ในพื้นที่สนามหลวงได้ จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่เฝ้าเวรยาม และเจ้าหน้าที่เฝ้าอุปกรณ์ทำครัวตามเต็นท์ต่างๆ ส่วนที่เป็นประชาชนคนเร่ร่อนจะประสานไปยัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รับหน้าที่ดูแลต่อไป โดยในเวลา 22.00 น. จะมีการปิดไฟบริเวณท้องสนามหลวงเพื่อประหยัดพลังงาน
ด้านพล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่า จากกำหนดการเดิมที่จะทำการย้ายเต็นท์อาหารทิศใต้มาไว้ทางทิศเหนือ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 24 พ.ย.นั้น ขอยืนยันตามกำหนดการเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ยังเป็นห่วงเรื่องระบบน้ำประปาและระบบไฟฟ้า โดยจะมีการประสานกับการไฟฟ้านครหลวงและการประปานครหลวง ในการดำเนินการให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ สำหรับเต็นท์ประกอบอาหารที่มีถังแก๊ส จะมีการติดตั้งถึงดับเพลิงเพื่อป้องกันอัคคีภัย ทั้งนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกว่า จากกรณีที่สำนักพระราชวัง งดการสักการะพระบรมศพ และงดนักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระแก้วในวันที่ 1-2 ธ.ค. ทางกทม.กำลังคิดว่าจะจัดโครงการทำความสะอาดครั้งใหญ่ พร้อมทั้งมีการตรวจสอบระบบความปลอดภัยต่างๆในวันดังกล่าว แต่คงไม่ได้ปิดพื้นที่ท้องสนามหลวง แต่วันนั้นไม่มีการสักการะพระบรมศพ แล้วประชาชนจะเดินทางมาทำไม แต่ถ้าจะนำอุปกรณ์ทำความสะอาดมาช่วย ก็สามารถมาได้ และในเบื้องต้นอาจจะไม่มีการแจกอาหาร
พล.ต.ท.อำนวย กล่าวต่อว่า จะจัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อพิจารณากิจกรรมถวายความอาลัย จากหน่วยงานต่างๆ โดยจะพิจารณาถึงความเหมาะสมว่ามีเนื้อหาสาระ และการดำเนินการอย่างไร จากนั้นจะส่งไปยังศูนย์ติดตามสถานการณ์ความสงบเรียบร้อย (ศตส.) ให้เป็นผู้พิจารณาอีกครั้งว่าสามารถจัดกิจกรรมได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้มีกิจกรรมที่เสนอมากแล้วทั้งสิ้น 11 กิจกรรม
พร้อมกันนี้ น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษก กทม. กล่าวอีกว่า ทางกระทรวงวัฒนธรรมฝากประชาสัมพันธ์ว่า ได้เตรียมจะย้ายจุดแสดงนิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” จากเดิมอยู่ที่พิพิธภัฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไปยังโรงละครแห่งชาติ เพื่อให้กรมศิลปากรใช้พื้นที่ในการบูรณราชรถ-ราชยาน ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. เป็นต้นไป นอกจากนี้ ทางกรมเจ้าท่าได้แจ้งขอปิดท่าเตียน เฉพาะท่าเรือด่วนเจ้าพระยา โดยให้ไปใช้ท่าเรือราชินีและท่าเรือสะพานพุทธ แต่เรือข้ามฝากยังใช้ได้ตามปกติ





