เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย ให้ข้อมูลกับตร.ว่ามีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้ายไอเอส ผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งมีการเข้าใช้เว็บไซต์ของไอเอสกว่า 1 แสนครั้งในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา โดยพบว่ามีจำนวนบางส่วนสนับสนุนแนวคิดและให้เงินทุน ว่า เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ด้านความมั่นคง ดูแลเรื่องนี้ ซึ่งไม่ได้มีการกำชับอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากมีประสบการณ์การทำงานด้านความมั่นคงอยู่แล้ว ส่วนดูแลหรือเฝ้าระวังต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีมาตรการดูแลเช่นกัน ซึ่งสำนักงานตำรวจได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าว จับตาไทย6กลุ่ม ส่องเว็บ”ไอเอส” ตะลึงข้อมูลสนับสนุน-ให้เงิน อยู่ระหว่างคัดกรองยูสเซอร์เนม

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าคนไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับไอเอส พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม ได้ยืนชัดเจนแล้ว และอยากให้ทุกคนติดตามข่าวสาร ส่วนรายละเอียดอื่นๆ นอกจากนี้ขอให้ไปถาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ซึ่งดูแลงานความมั่นคง

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ข้อมูลที่ตนออกมาเผยเป็นเพียงระบุว่าทางการออสเตรเลียส่งข้อมูลให้ แล้วตำรวจไทยก็ต้องตรวจสอบ ขณะนี้ยืนยันยังไม่มีกลุ่มไอเอสเคลื่อนไหวในประเทศไทย แต่กำลังตรวจสอบว่า 1 แสนยูสเซอร์นั้นเข้าไปเกี่ยวข้องลักษณะใดบ้าง เพื่อจุดประสงค์ใด

ที่แจ้งว่าพบการใช้งานในประเทศไทยนั้น ต้องตรวจสอบให้ชัดด้วยว่า ผู้ใช้เป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติกันแน่ อาจเป็นชาวต่างชาติที่เข้าใช้ในไทยก็ได้ รวมทั้งคัดกรองจำแยกยูสเซอร์ต้องสงสัยทั้งหมดเป็นกลุ่มๆ 6 กลุ่มตามที่ออสเตรเลียให้ข้อมูลมา ซึ่งการข่าวจากหน่วยความมั่นคงของไทย ยังยืนยันว่าไม่พบความเคลื่อนไหวหรือความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย ที่ทางออสเตรเลียส่งข้อมูลให้ เพื่อขอความร่วมมือให้เราช่วยตรวจสอบ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความมั่นคงของโลก ไม่เฉพาะแต่ประเทศไทยเท่านั้น ทางออสเตรเลียมีเครื่องมือการตรวจสอบที่ทันสมัยกว่าเรามาก เมื่อเขาตรวจสอบพบจุดน่าสังเกต ก็มีสิทธิสงสัย และส่งข้อมูลให้เราช่วยยืนยัน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการระบุว่า มีการให้ความสนับสนุนด้านการเงินแก่กลุ่มไอเอสจากไทยนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ยืนยันว่ายังไม่มี แต่เพื่อความมั่นใจก็รอให้มีการตรวจสอบก่อน ขณะนี้อยู่ในระหว่างตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด รวมทั้งตรวจสอบประเด็นด้วยว่ากลุ่มไอเอส มีความพยายามเข้ามาในกลุ่มที่ก่อความไม่สงบในภาคใต้หรือไม่ ตอนนี้ก็ยังยืนยันไม่ได้ แต่ย้ำว่ายังไม่พบในเบื้องต้น

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับให้ดูแลให้ดี ซึ่งปกติก็ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วย ทั้งสภาพความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยข่าวต่างๆ ติดตามการข่าวอย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่พบอะไรที่ต้องกังวล

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการระบุว่า พบการเดินทางไปกลับไทย-ซีเรียของกลุ่มที่อาจเข้าข่ายต้องสงสัย นั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า เป็นการตรวจสอบตามปกติ รวมทั้งการตรวจสอบคนไทย-นักศึกษา ที่เดินทางไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกบ่อยๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่เดินทางไปซีเรีย หรือกลุ่มประเทศตะวันออกจะเป็นบุคคลต้องสงสัย แต่ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบกลุ่มคนที่เดินทางไปยังซีเรียแล้ว ทั้งนี้ ย้ำว่าขอให้คนไทยสบายใจได้ กลุ่มไอเอสยังไม่เข้ามาเคลื่อนไหว เกี่ยวข้องในประเทศไทย

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวว่า อยากเรียนเรื่องดังกล่าวว่าสื่อมวลชนเกิดความสับสน วันนี้ทีมงานโฆษกจึงไปหาข้อมูลนำมาชี้แจง ทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคม จริงๆแล้วการประชุมเมื่อวานนี้เกิดขึ้นระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจออสเตรเลีย โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ด้านความมั่นคงเป็นประธาน

การประชุมดังกล่าวเพื่อประสานความร่วมมือกับตำรวจออสเตรเลีย ซึ่งมีขึ้นปีละ1ครั้ง และข้อมูลไอเอสก็ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในที่ประชุม จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบว่ายูสเซอร์เนมในเฟซบุ๊กที่มีการอ้างถึง ปกติเป็นเรื่องของการติดตามทั่วไป ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พูดชัดเจนว่าคนไทยเข้าไปติดตามในโซเชียลมีเดียก็เข้าไปดูตามปกติ เมื่อมีการเข้าไปติดตามจำนวนมาก จึงเป็นที่มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบว่า การเข้าไปติดตามอย่างนั้นมีเจตนาอะไร มีความเชื่อมโยงหรือไม่ ในลักษณะใด แต่ยืนยันว่าเบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานใดๆที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอส ซึ่งข้อมูลยูสเซอร์เนมบางส่วนก็อาจจะเป็นของเก่า เนื่องจากมีการประชุมปีละครั้ง บางยูสเซอร์มีการยกเลิกไปแล้ว

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการติดตามบุคคลในเฟซบุ๊กตำรวจมีขั้นตอนดำเนินการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม จากการข่าวยังไม่พบความเคลื่อนไหวของไอเอส ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ขอให้เชื่อมั่นในมาตราการของรัฐบาลและตร.

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่ามีการคัดกรองบุคคลจากแสนยูสเซอร์ ออกเป็น 6 กลุ่มนั้น ยังไม่ทราบรายละเอียด อยู่ระหว่างรอพล.ต.อ.ศรีวราห์ รายงานขึ้นมา ส่วนกรณีที่ระบุว่า คนไทยให้การสนับสนุนเงินทุนต่างๆกับไอเอสนั้นต้องมีการตรวจสอบเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้พล.ต.อ.จักรทิพย์กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ป้องกัน ซึ่งที่ผ่านก็ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า จำนวนตัวเลข 1 แสนยูสเซอร์ที่ปรากฏออกมาค่อนข้างน่าตกใจ เนื่องจากมีจำนวนมาก แต่อย่าลืมว่าหนึ่งยูสเซอร์ สามารถเข้าไปติดตามได้มากกว่าหนึ่งครั้ง ฉะนั้นยูสเซอร์เนมจึงไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสอบต้องไปดูพฤติกรรมของยูสเซอร์เหล่านั้น ว่ามีการเข้าถึงโซเชียล อย่างไร ในลักษณะใด และดูพฤติกรรมบางคนว่าเข้าไปเว็บไซต์กี่ครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน