ตะลึงข้อมูลตร.ออสเตรเลีย พบคนไทยบางส่วนเชื่อมโยง “กลุ่มไอเอส”แฉในรอบ 1 ปี เข้าใช้เว็บไซต์ไอเอสกว่า 1 แสนครั้ง ทั้งสนับสนุนแนวคิด เดินทางไปซีเรีย ให้เงินสนับสนุน ขณะที่ “ศรีวราห์” รอง ผบ.ตร. ระบุอยู่ระหว่างคัดกรองยูสเซอร์เนม เบื้องต้นแบ่งได้ 6 กลุ่ม พอรู้แล้วเป็นใคร อยู่ที่ไหนบ้าง สั่งการ บช.ภาค 9 ศชต. ร่วมเฝ้าระวัง ด้านสถานการณ์ที่ปัตตานีมีเหตุระเบิดหน้าโรงเรียน แต่โชคดีไม่มีเจ็บ-ตาย อีกจุดที่หนองจิก ยิงถล่มสมาชิก อบต. ดับสยองคารถ

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารประจำศูนย์ความร่วมมือระดับภูมิภาคกรุงเทพฯ ประจำปี 2559 เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับสำนักงานตำรวจประเทศออสเตรเลีย

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวภายหลังการประชุม ว่าตำรวจออสเตรเลียได้ประเมินสถานการณ์การก่อการร้าย พบว่ามีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้ายไอเอสผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยเข้าใช้เว็บไซต์ของขบวนการก่อการร้ายไอเอสกว่า 100,000 ครั้งในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ความเกี่ยวข้องพบว่ามีทั้งการสนับสนุนแนวคิด การเดินทางไปประเทศซีเรีย และให้เงินสนับสนุน ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดกรองยูสเซอร์เนม ในเบื้องต้นแบ่งได้เป็น 6 กลุ่ม พอทราบว่าเป็นใครและอยู่ที่ไหนบ้าง จึงกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล อาทิ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล

รอง ผบ.ตร. ส่วนจำนวนคนไทยที่เข้าไปเกี่ยวจะมีกี่คนนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากวันนี้เป็นเพียงการประชุมครั้งแรก การแจ้งข้อมูลดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะมีการก่อเหตุรุนแรงขึ้น เป็นเพียงการเชื่อมโยงทางข้อมูลทางเฟซบุ๊กที่ประสานข้อมูลข่าวสารและมีแนวคิดสนับสนุนเท่านั้น ทางการออสเตรเลียจึงแจ้งมาเพื่อให้ทางการไทยเฝ้าระวัง และหลังจากนี้จะรายงานผลการประชุมให้นายกรัฐมนตรีรับทราบต่อไป ส่วนกลุ่มคนที่สนับสนุนขบวนการก่อการร้ายไอเอส จะเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในภาคใต้หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากเพิ่งประชุมกันครั้งแรก

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีมีคนไทยบางส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มเอไอสว่า เป็นการให้ข้อมูลของตำรวจออสเตรเลีย เราก็ตรวจสอบ เตรียมการป้องกันจับกุม มันเป็นผลกระทบกับคนทั้งโลก ทุกประเทศมีปัญหานี้หมด ผู้สื่อข่าวหรือใครถามเรื่องนี้มาก็รู้อยู่แล้วถ้ามีวิธีการอื่นก็ให้บอกมา

ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกันระหว่างออสเตรเลียกับไทย มีคนไทยเข้าไปตามโซเชี่ยลมีเดีย แต่การเชื่อมโยงอย่างชัดเจนยังไม่มี ตนทราบมาก่อนแล้ว และให้ตำรวจสันติบาล ตรวจคนเข้าเมือง และศูนย์รักษาความปลอดภัยคอยระมัดระวัง ยังไม่มีคนไทยเข้าไปสนับสนุน แต่อาจจะมีทางช่องทางโซเชี่ยลมีเดียที่คนอาจจะสนใจ บางคนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร เพียงแต่เข้าไปดู ทุกประเทศต้องระมัดระวังเหมือนกันหมด ในอาเซียนก็พูดจากันอยู่แล้ว เพราะเกี่ยวข้องหลายประเทศ เราก็ช่วยกันดูอยู่ แต่ที่ว่าคนไทยไปสนับสนุนนั้นยังไม่เห็น

ขณะที่สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.ท.นพสิทธิ์ เต็มองค์หลา สว. (สอบสวน) สภ.มายอ จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุระเบิดบริเวณสวนยางพารา หน้าโรงเรียนบ้านกระเสาะ หมู่ 2 ต.กระเสาะ อ.มายอ จึงนำกำลังรุดไปยังที่เกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต พบหลุมระเบิดกว้าง 1 เมตร ลึก 50 ซ.ม. ชิ้นส่วนถังแก๊สปิคนิค ชิ้นส่วนวิทยุสื่อสาร และสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า บริเวณดังกล่าวมีชาวบ้านผ่านไปมาตามปกติ ขณะที่โรงเรียนเปิดสอนตามปกติ ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ครูและนักเรียนตกใจและหนีเข้าห้องเรียน โชคดีไม่มีผู้ได้รับอันตรายแต่อย่างใด ส่วนระเบิดว่า เป็นชนิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 15 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร คาดว่าคนร้ายลักลอบนำมาวางไว้หวังถล่มเจ้าหน้าที่ แต่ระเบิดอาจลัดวงจร ตูมขึ้นเสียก่อน

ต่อมาเวลา 12.30 น. ร.ต.อ.มานิตย์ ชนะกาญจน์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงกันที่ถนนภายในหมู่บ้าน หมู่ 1 ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จึงนำกำลังรุดไปที่ เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน กง 4090 ปัตตานี จอดอยู่ข้างทาง พบศพนายอับดุลรอมาน เจะมะ อายุ 50 ปี สมาชิก อบต.คอลอตันหยง ถูกยิงด้วยกระสุนปืนอาก้าเข้าตาม ลำตัวหลายนัดเสียชีวิตคาที่ในรถ และพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกเกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายขับรถจะไปทำงานที่ อบต. เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ วีโก้ สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ขับแซงขวาก่อนที่คนร้ายนั่งกระบะใช้อาวุธปืนอาก้ากราดยิงถล่ม เสียชีวิตคาที่ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนว่าเป็นเรื่องโกรธแค้นส่วนตัว เรื่องการเมืองท้องถิ่น หรือฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ วาร์ตานี เว็บไซต์ด้านข่าวสารและสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ รายงานว่าเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา นายฮัมดาน บาซอ อายุ 33 ปี ลูกชายคนโตของนายสะแปอิง บาซอ อดีตครูใหญ่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จ.ยะลา ที่ถูกทางการไทยออกหมายจับในคดีความมั่นคง ได้เสียชีวิตแล้ว ภายหลังเข้ารับการตรวจรักษาที่ ร.พ. เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยแพทย์ตรวจพบเป็นโรคลำไส้อักเสบ และกลับมารักษาตัวอยู่ที่บ้าน ก่อนที่ญาตินำส่งร.พ.ศูนย์ยะลา จนกระทั่งเสียชีวิต แพทย์ระบุว่าเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว ญาตินำศพมาทำพิธีละหมาดศพที่มัสยิดตะลาฆอสมีลัน บ้านต้นมะขาม หมู่ 4 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี และได้ทำพิธีฝังศพที่กุโบร์ด้านหลังมัสยิดตะลาฆอสะมีลัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน