‘บิ๊กแป๊ะ’ถึงไทยแล้วไร้เงา‘พระพรหมเมธี’ ลุ้นได้ลี้ภัยหรือไม่ หลังไม่ถูกเยอรมันกักตัว

6 มิ.ย. 2561 - 17:13 น.

ผบ.ตร.กลับถึงไทยแล้วออกประตู 10 ขาเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ ไร้เงาพระพรหมเมธี หลังยื่นขอลี้ภัยในเยอรมัน แต่ต้องลุ้นขั้นตอนสัมภาษณ์ว่าจะอนุญาตให้ลี้ภัยหรือไม่ หลังได้รับความคุ้มครอง ไม่ต้องถูกกักตัว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากกรณีที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจำประเทศเยอรมนี คุมตัวอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ได้ที่สนามบินนานาชาติ แฟรงก์เฟิร์ต ระหว่างเตรียมผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง เนื่องจากเป็นบุคคลตามหมายจับที่ตำรวจไทยประสานตำรวจสากลไว้แล้ว ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รองผบก.ป. และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. พร้อมด้วยคณะอัยการ บินด่วนไปประเทศเยอรมนี ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG923 เพื่อสอบปากคำล่วงหน้า โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์เตรียมเดินทางไปสมทบ ประสานกับตำรวจเยอรมนีขอตัวอดีตพระพรหมเมธี กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยในวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 12.30 น. นั้น อ่านข่าว ‘พระพรหมเมธี’ ยื่นขอลี้ภัย เยอรมันให้ความคุ้มครอง ตร.วืดได้ตัว

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาว่า จากการตรวจสอบพบว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางกลับมาจริง และออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เวลา 12.50 น. โดยออกที่ทางออกผู้โดยสารขาเข้าประตู 10 ชั้น 4 ของสนามบิน แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าจะเดินทางไปยังที่ใดต่อ

ซึ่งการเดินทางกลับครั้งนี้ ไม่มีตัวของอดีตพระพรหมเมธี หรือ พระจำนงค์ เอี่ยมอินทรา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรมหาวิหาร ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีเงินทอนวัดเดินทางกลับมาด้วย ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าทางการเยอรมันนีจะพิจารณาเรื่องการขอลี้ภัยอย่างไร และต้องรอดูท่าทีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อ หลังเร่งรัดให้ทางการเยอรมันมีพิจารณา 3 วัน จากเดิมจะต้องใช้ระยะเวลานาน 2 เดือน


ทั้งนี้ตลอดช่วงเช้ามีสื่อมวลชนจากหลายสำนักมารอทำข่าว แต่ไม่มีใครพบหรือได้ภาพการเดินทางกลับมาของคณะพล.ต.อ.จักรทิพย์ แต่อย่างใด

ส่วนสถานะของพระพรหมเมธีนั้น รายงานข่าวระบุว่า หลังจากได้รับความคุ้มครองตามกฎเกณฑ์ว่าด้วยการลี้ภัยแล้วนั้น จะได้รับความคุ้มครองดูเเลเช่นเดียวบุคคลที่ยื่นคำขอลี้ภัยทั่วไป โดยจะไม่ถูกควบคุมตัว และในช่วง 3 เดือนแรกจะถูกจำกัดเขตพื้นที่ในการเดินทางห้ามเดินทางออกนอกเขตพื้นที่ที่กำหนด ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานที่รับเรื่องดูแลผู้ลี้ภัยนั้นอยู่ในเขตพื้นที่ใด แต่ภายหลังจาก 3 เดือนแล้ว พระพรหมเมธีจะสามารถเดินทางไปได้ทั่วประเทศเยอรมนี และในระหว่างพิจารณาคำขอลี้ภัยนี้ ทางการของเยอรมนีจะจัดสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้แก่ผู้ยื่นคำขอลี้ภัย และจะได้รับใบอนุญาตให้พำนักอยู่ในเยอรมนีเป็นการชั่วคราว โดยที่จะมีทนายความซึ่งเป็นชาวเยอรมันเป็นผู้ช่วยเหลือดูเเลในเรื่องการขอลี้ภัยนี้อยู่ หากคำขอลี้ภัยได้รับการอนุมัติ ในช่วงแรกจะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในเยอรมนีเป็นเวลา 3 ปี ก่อน

ส่วนการที่พระพรหมเมธีจะได้รับอนุญาตให้ลี้ภัยนั้น ขั้นตอนในการสัมภาษณ์มีความสำคัญที่สุด โดยการพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ลี้ภัยหรือไม่ส่วนใหญ่จะพิจารณาจากการสัมภาษณ์นี้ ซึ่งจะมีล่ามช่วยในการแปลระหว่างการสัมภาษณ์ และมีสิทธิจะขอให้ทนายความชาวเยอรมันร่วมอยู่ในการสัมภาษณ์ด้วยได้

ซึ่งพระพรหมเมธีจะต้องแสดงเอกสารและพยานหลักฐานให้เห็นว่า ตนเองถูกกลั่นแกล้ง ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นเพราะจากมูลเหตุทางศาสนา หรือทางการเมือง หรือจากเหตุอื่นๆ เช่น พระพรหมเมธีอาจจะอ้างว่า การออกหมายจับ การจับสึกพระผู้ใหญ่โดยไม่ให้ประกันตัวในคดีที่ผ่านๆ มา มาจากความขัดแย้งทางศาสนาและการเมือง ซึ่งตนไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมเมื่อเปรียบเทียบกับคดีอื่นๆ ที่มีความผิดร้ายแรงกว่าก็ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ‘บิ๊กแป๊ะ’ถึงไทยแล้วไร้เงา‘พระพรหมเมธี’ ลุ้นได้ลี้ภัยหรือไม่ หลังไม่ถูกเยอรมันกักตัว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง