สนช.มีมติกราบบังคมทูลอัญเชิญ “สมเด็จพระบรมฯ” ขึ้นทรงราชย์ เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 พ.ย. ที่รัฐสภา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เรียกประชุมสมาชิกสนช. เป็นพิเศษ โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ได้แจ้งระเบียบวาระในที่ประชุม ว่า การดำเนินการตามมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ประกอบมาตรา 23 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวังเรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต บัดนี้นายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ นร.0503/44549 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 แจ้งเรื่องการสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้ว ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2467 แจ้งว่า บัดนี้ ราชบัลลังก์ว่างลง และพระมหากษัตริย์ ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2467

คณะรัฐมนตรีจึงขอแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ ให้ประธานรัฐสภาแจ้งในที่ประชุมรัฐสภา จากนั้นให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป ตามที่ ที่ประชุมสนช. ทำหน้าที่รัฐสภา ได้รับแจ้งมติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว นำความกราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระบรมฯ ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประชาชนชาวไทยสืบไป

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ ไหลตามโลก : ยิ้ม
บทความถัดไปคอลัมน์ เพื่อนตัวเล็ก : เสี่ยวซา-ตูบนักวิ่ง