รอดแน่นอน! เผย 13 ชีวิตพกอาหาร-ยาเข้าด้วย เพื่อนทีมหมูป่าส่งกำลังใจถึง ถ้ำหลวง
จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล กู้ภัย และอื่นๆ ที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า และผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายใน ถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย อย่างแข็งขันตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้เวลาผ่านไปแล้ว 7 วัน
สำหรับความคืบหน้า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 30 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่พระครูบาบุญชุ่ม พระเกจิชื่อดังของรัฐฉาน เดินทางมาบริเวณถ้ำหลวง เพื่อทำพิธีกรรมและช่วยเปิดทางช่วยเด็กๆ อยู่นั้น กลุ่มของทีมหมูป่ารุ่นพี่กว่า 20 คน ได้เดินทางมาถึงบริเวณหน้าถ้ำหลวง เพื่อเป็นกำลังให้เจ้าหน้าที่และญาติๆของกลุ่มเด็กร่วมทีมทั้ง 13 ชีวิต
ด้านนายรัตน์ กันธวงศ์ โค้ชทีมหมูป่า กล่าวว่า ตนและกลุ่มเด็กๆ เดินทางมาให้กำลังใจ กลุ่มเด็กพวกนี้อยากมาตั้งแต่วันแรก แต่ติดภารกิจต้องเรียนหนังสือ เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด จึงพากลุ่มเด็กๆเดินทางมาให้กำลังใจ พวกเรามีความเชื่อที่จะเจอเพื่อนของเราอย่างแน่นอน
นายรัตน์ กล่าวด้วยว่า น้องๆร่วมกันในทีมฝึกซ้อมร่วมกันมากว่า 4 ปี น้องๆ เป็นห่วงเพื่อนทุกคนและอยากมาทุกวัน แต่ติดเรียน และถ้ามาแล้วทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานลำบาก ตนเลยต้องแบ่งตัวแทนของรุ่น รุ่นละ 3-4 รายแบ่งๆ กันมา โดยน้องกลุ่มที่มานี้ไม่เคยเข้าถ้ำมาก่อน ส่วนมากจะเป็นกลุ่มที่ขี่รถจักรยานด้วยกัน หากไม่เกิดเหตุการณ์นี้ในวันพรุ่งนี้จะมีการเตะนัดอุ่นเครื่องกับทีมฟุตบอล จ.เชียงราย เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้นจึงขอเลื่อนไปก่อน รวมถึงที่จะแข่งเดือนหน้าก็จะเลื่อนเช่นกัน เนื่องจากสภาพจิตใจของทีมหมูป่ายังไม่พร้อมแข่ง เนื่องจากเราส่งกำลังใจมาให้เพื่อนในถ้ำหมดแล้ว
“ในส่วนของวันเกิดเหตุ ผมทราบจากเด็กที่สนิทสนมกับน้องที่ติดอยู่ในถ้ำว่า โค้ชเอกได้นำกระเป๋าเป้ใบใหญ่ ซึ่งด้านในบรรจุกล่องปฐมพยาบาล มีทั้งชุดทำแผล สเปรย์คลายกล้ามเนื้อ และเครื่องมือซ่อมจักรยาน ถ้าหากโค้ชเอก นำเต็นท์สนามเข้าไปด้วย ก็จะบ่งบอกได้ว่าเชือกที่เจอบริเวณในถ้ำ เป็นของโค้ชเอก จึงเชื่อว่าลูกศิษย์อยู่ถ้ำแน่นอน ส่วนอาหารที่เด็กๆ นำเข้าไป จะเป็นขนมและเครื่องดื่มเกลือแร่ คาดว่าจะสามารถประทังชีวิตได้ อยากให้เด็กเด็กๆ ปลอดภัย รวมถึงโค้ชเอกด้วย”

