หมอตา (จักษุแพทย์) แนะนำ13ชีวิตทีมหมูป่า ดูแลดวงตาอย่างใกล้ชิด หลังติดอยู่ในถ้ำที่มีความมืดเป็นเวลานาน
จากกรณี ทีมปฏิบัติการสามารถค้นหาทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนจ.เชียงราย พบแล้ว โดยอยู่เลยจากพัทยาบีชประมาณ 400 เมตร ซึ่งทั้งหมดปลอดภัยดี แต่มีอาการอ่อนเพลีย โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อพาตัวทั้งหมดออกมา อย่างไรก็ตาม กระแสสังคมมีความเป็นห่วงถึงดวงตาของทั้ง 13 คน อาจเกิดอันตราย หลังออกจากถ้ำ เพราะอยู่ในที่มืดมานานถึง 10 วัน
อ่าน : ยันตาไม่บอด!หมอมั่นใจการมองเห็น 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวงไร้ปัญหา
นายแพทย์นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์ จักษุแพทย์ ศูนย์รักษาตาท็อปเจริญ ได้ให้รายละเอีอยดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ดังที่ได้ทราบข่าวการพบตัวน้องๆ และโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ. เชียงราย แล้วเป็นเวลานานกว่า 9 วัน นอกจากร่างกายที่มีความอิดโรยอ่อนเพลียแล้ว ดวงตาถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากดวงตาอยู่ในที่มืดหรือมีแสงน้อยเป็นเวลานาน ในวันนี้ จึงขอแนะนำการเตรียมความพร้อมในการปรับสายตาต่อการเจอแสงจ้าและการวิเคราะห์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นต่อดวงตาได้ดังนี้
- 1) ทำความเข้าใจกับระบบป้องกันแสงของดวงตาเรา เช่น รูม่านตา ที่อาจตอบสนองต่อแสงได้ไม่ดีเมื่ออยู่ในที่มืดเป็นเวลานาน เวลาโดนแสงจะทำให้รูม่านตาหดเล็กลงไม่ดีเท่าที่ควร ผลกระทบคือปริมาณแสงจะเข้าสู่ดวงตาเรามากเกินไปโดยเฉพาะแสงแดด UV ซึ่งอาจทำให้เกิดผลเสียต่อจอตาส่วนการรับภาพโดยตรงหรือเลนส์ตาได้ เราจึงไม่ควรลืมตาอย่างรวดเร็ว และหาอุปกรณ์ปกป้องดวงตามาสวมใส่ เช่น แว่น หมวก หรือผ้าคลุม
- 2) อาจพบอาการล้า ปวดกระบอกตาและตาพร่ามัวได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อตาเพ่งจะหยุดทำงานชั่วขณะเมื่ออยู่ในที่มืด การกลับมาทำงานใหม่ของดวงตา อาจพบการล้าหรือเกร็งตัวได้ง่าย กรณีนี้จึงต้องให้เวลาในการดูแลและการปรับตัวของสายตา โดยสามารถสังเกตอาการของดวงตาร่วมด้วย
- 3) เซลล์รับแสงจอตา (cone photorecepter cell) อาจพบความผิดปกติชั่วขณะได้ เนื่องจากการอยู่ในที่มืดนาน เพราะจอตาจะใช้เซลล์รูปแท่ง (rod photoreceter cell) อย่างเดียวในที่มืด และหากร่างกายขาดสารอาหารร่วมด้วยขณะติดอยู่ในที่มืดเป็นเวลานาน ก็จะทำให้การสร้างเซลล์รับแสงจอตามีผลกระทบมากขึ้น
ดังนั้นบุคคลที่อยู่ในที่มืดนานๆ ทั้งตัวน้องๆ และโค้ชทั้ง 13 คน รวมทั้งทีมช่วยเหลือทั้งหมดที่เข้าไปอยู่ในถ้ำเป็นเวลานาน ก็ควรได้รับการปรับดวงตาเรื่องแสง โดยการสวมแว่นที่ทึบแสง ป้องกันและกรองแสงที่เป็นอันตรายต่อดวงตาได้รอบด้าน รวมถึงยังป้องกันสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อาจปนเปื้อนมาในน้ำ ดินโคลน หรือเชื้อโรคต่างๆ ที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ โดยหากมีอาการแสบเคืองตา ปวดตา ควรรีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไม่ควรขยี้ตา เพราะอาจทำให้ผิวตาลอกหรือถลอกได้ ควรหลับตาไว้ก่อนซักครู่ ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือล้างแผล
- อ่านข่าว ผู้ว่าฯเชียงราย ให้ ‘ซีล’ ต่อสายโทรศัพท์ให้ครอบครัวคุย 13ชีวิตในถ้ำหลวง
- อ่านข่าว ด่วน! เปิดคลิปนาทีเจอ 13 ชีวิตแบบชัดๆ หลังติดในถ้ำหลวงนาน 10 วัน
- อ่านข่าว เปิดเมนูแรก 13ชีวิต ราคาหลักล้านไทยผลิตเหลือแค่ร้อย เด็กๆหิวหนักอดข้าว10วัน
หากอาการแสบเคืองตาไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์ทันที นอกจากนี้เมื่อน้องๆ และทีมช่วยเหลือกลับสู่สภาวะปกติ ก็ควรให้การดูแลเอาใจใส่ดวงตาเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงอาทิตย์หรือแสงไฟจ้าโดยตรง รับประทานอาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดื่มน้ำมากๆ และควรพักผ่อนให้เพียงพอ