เยียวยาชาวนาสละที่ 1.2 พันไร่รับน้ำ ช่วย 13 หมูป่า บอกเต็มใจชีวิตคนสำคัญกว่า

กรมส่งเสริมการเกษตรมอบปัจจัยการเกษตรแก่ชาวนาที่สละที่นารับน้ำช่วยทั้ง 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง เผยที่นาเสียหายกว่า 1.2 พันไร่ วงเงิน 1.4 ล้านบาท อัตราช่วยเหลือตามระเบียบ ข้าวไร่ละ 1,113 บาท เผยมีชาวนา 19 ราย ไม่ขอรับเงินเยียวยา แค่ขอให้ 13 ชีวิตปลอดภัย

กรณีศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย สูบน้ำออกจากถ้ำหลวงอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมานานกว่า 1 สัปดาห์เพื่อผันน้ำให้ลดลง เพื่อช่วยทั้ง 13 ชีวิตภายในถ้ำหลวง จนทำให้ทุ่งนาของชาวบ้านใน ต.โป่งผา ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย และพื้นที่ข้างเคียงมีน้ำท่วมขังนาที่อยู่ในที่ลุ่มจนข้าวไม่สามารถเติบโตได้นั้น อ่านข่าว ไม่เป็นไร ! ชาวนาแม่สาย ไม่เสียใจน้ำท่วมนา ขอแค่ช่วยลูกหลานหมูป่า

กรมส่งเสริมการเกษตรมอบมอบกล้าพืชผัก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ก.ค. ที่ศาลาเอนกประสงค์วัดบ้านสันปูเลย ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำออกจากวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา คลุกกับเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรจะปลูกหลังน้ำลด เพื่อใช้ป้องกันและกำจัดโรคข้าวที่อาจเกิดขึ้นหลังน้ำลด

ชาวนาทยอยรับปัจจัยการผลิต

นายสมชาย กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกร ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ทางการเกษตร ครอบคลุมทั้งหมดที่ได้รับความเสียหายสิ้นเชิง (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ค.61) พบเป็นพื้นที่เสียหายสิ้นเชิง จำนวน 1,266.75 ไร่ จำนวนเกษตรกร 126 ราย เป็นวงเงินในการขอรับความช่วยเหลือ จำนวน 1,409,892.75 บาท ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดที่สามารถอนุมัติวงเงินช่วยเหลือให้กับเกษตรกรได้ทันที ทั้งนี้ในส่วนของสำนักงานเกษตรอำเภอแม่สาย จัดทีมลงไปสำรวจพร้อมให้การช่วยเหลือและให้ความรู้ในการฟื้นฟูและดูแลพื้นที่หลังน้ำลดทันที


นายสมชาย กล่าวอีกว่า สำหรับเกณฑ์ในการช่วยเหลือเกษตรกรยึดหลักปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่า ด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2556 ซึ่งตามหลักเกณฑ์จะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร อัตราการช่วยเหลือตามระเบียบ โดยข้าวอัตราไร่ละ 1,113 บาท รายละไม่เกิน 30 ไร่ และตรวจสอบพื้นที่เสียหายจริงด้วยคณะกรรมการตรวจสอบระดับหมู่บ้าน ซึ่งการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ วงเงินทดรองราชการอยู่ในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่เกิน 20 ล้านบาท และเงินในการช่วยเหลือจะโอนผ่านบัญชีเกษตรกรโดยตรง

นาข้าวที่เสียหายจากการรับน้ำจากถ้หลวง

“นอกจากนี้ การลงพื้นที่วันนี้ ยังพบปะเกษตรกรและขอบคุณพร้อมทั้งให้กำลังใจเกษตรกรทุกคน หลังจากที่ ทั้ง 13 คน สามารถออกมาจากถ้ำหลวงได้ นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่ทุกส่วนร่วมแรงร่วมใจกันเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ยังขอบคุณกรณีที่มีเกษตรกร จำนวน 19 ราย ที่จะไม่ขอรับเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย แต่ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร ยังได้มอบเชื้อราไตรโคเดอร์มา ให้กับเกษตรกรทุกคน เพื่อป้องกันและกำจัดโรคข้าวที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังจากน้ำลด ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมไว้เบื้องต้นกว่า 850 กิโลกรัม และกำชับให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มที่” นายสมชาย กล่าว

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวต่อว่า สำหรับการมอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรที้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ในวันนี้นั้น ยังมีศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย มอบเมล็ดพันธุ์ข้าวแก่เกษตรกร ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร มอบกล้าพืชผัก ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย มอบเมล็ดพันธุ์ผัก ไส้เดือนฝอยชนิดผง เชื้อไวรัสสำหรับกำจัดศัตรูพืช และปุ๋ยชีวภาพ รวมทั้งวิทยาลัยเกษตรฯ ยังออกหน่วยบริการซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตรของเกษตรกร เช่น ซ่อมรถอีแต๋น เครื่องสูบน้ำ เครื่องตัดหญ้า อีกด้วย

ด้าน นางจันทร์ดี นาลิน ชาวเกษตรกร ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ได้รับผลกระทบการสูบน้ำออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน กล่าวว่า ตนเองปลูกข้าว 25 ไร่ ซึ่งนาข้าวได้รับความเสียหาย 6 ไร่ มูลค่ากว่า 50,000 บาท โดยไร่ของตนนาตายหมด ไม่สามารถปลูกได้ จากปกติน้ำก็ทะลักมาท่วมไร่นาบ้าง แต่ไม่เร็ว และปริมาณเยอะขนาดนี้ แต่ในครั้งนี้เนื่องจากเจ้าหน้าที่สูบน้ำออกจากถ้ำจำนวนมาก ขณะนั้นก็ทราบข่าวว่าจะมีการปล่อยน้ำเข้าที่นา ตนก็เต็มใจ เพราะชีวิตคนสำคัญกว่า ข้าวยังสามารถปลูกใหม่ได้อีก เมื่อรู้ว่าเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 คนออกจากถ้ำได้ ก็รู้สึกดีใจ ถือว่าเป็นลูกหลานกัน พร้อมฝากบอกน้องๆทีมหมูป่าว่า ขอให้ทุกคนแข็งแรง เป็นคนดีของประเทศ เพื่อทดแทนบุญคุณที่มีคนมาช่วย