เฮ! 'ชูวิทย์' พ้นคุก จ่อคืนจอ เผย 'พุทธะอิสระ' หลบหน้าตลอด!

21 ก.ค. 2561 - 10:35 น.

เฮ! ‘ชูวิทย์’ พ้นคุก จ่อคืนจอ เผย ‘พุทธะอิสระ’ หลบหน้าตลอด! หลังจากนี้ขอพักผ่อน แล้วจะให้สัมภาษณ์ ด้านลูกชายเผย ดีใจที่พ่อได้ออกมา และอยากจะให้ติดคุกครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ชูวิทย์ – เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 ก.ค. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถ.งามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักจัดรายการข่าวชื่อดัง และอดีตนักการเมือง ถูกศาลศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาอุทธรณ์ ตัดสินจำคุกในคดีแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ ซึ่งเป็นคดีตั้งแต่สมัยนายชูวิทย์ เป็นนักการเมืองอยู่พรรคชาติไทย โดยพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 1 เดือน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น

ชูวิทย์

ชูวิทย์ พร้อมลูกชายที่มารอรับ เดินออกมาพบผู้สื่อข่าว หลังถูกปล่อยตัวพ้นเรือนจำ

ล่าสุดนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวภายหลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. หลังรับโทษจำคุกครบ 1 เดือน คดีจงใจปกปิดบัญชีหนี้สินและทรัพย์สินอันเป็นเท็จ โดยมีบุตรชายและครอบครัวเดินทางมารอรับบริเวณด้านหน้าเรือนจำ

ทั้งนี้ นายชูวิทย์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ส่วนตัวเหมือนเข้าไปดูงานภายในเรือนจำ 1 เดือน แต่ก็เหนื่อยหน่อยเพราะเข้ามา 3 รอบแล้ว เจ้าหน้าที่ทุกคนดีมาก ขอขอบคุณผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ผู้อำนวยการกรมราชทัณฑ์ หมอและท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์เปลี่ยนไป แม้ว่าจะเป็นปลายทาง แต่ก็ทำได้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่วนเรื่องอนาคตของตน วันจันทร์คุยกัน ขอไปพักผ่อนก่อน เดือนหนึ่งสำหรับตน เคยติดมาแล้วก็ปกติ สุขภาพแข็งแรงดีเพราะได้กินเป็นเวลา ได้ออกกำลังกาย อยู่ข้างนอกไม่ได้ทำแบบนี้ เช่นเดียวกับผู้ต้องขังคนอื่นๆ เวลาอยู่ในเรือนจำก็จะแข็งแรง เพราะไม่ได้สูบบุหรี่ กินเหล้า เมื่อออกมาสู่โลกภายนอกก็อาจจะกลับไปสู่ในสภาพเดิม

เมื่อถามว่าได้เจออดีตพระผู้ใหญ่บ้างหรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า ได้เจอหมด อยากฝากบอกนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ ไม่ต้องกลัวผม ไม่สบายก็ไปหาหมอ เห็นผมแล้วก็กลัวไม่ยอมออกมา อยู่ข้างในเราศักดิ์ศรีเป็นนักโทษ ทุกอย่างเสมอกันหมด เพราะฉะนั้นอะไรก็ต้องละวางไว้ที่หน้าประตู ใครเป็นรัฐมนตรี ใครเป็นดอกเตอร์ ใครเป็นพระผู้ใหญ่ ไม่มีหรอก พอเข้าไปข้างในเป็นนักโทษเหมือนกันหมด

ชูวิทย์

ชูวิทย์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

เมื่อถามว่าการติดคุกครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมาหรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า ไม่แตกต่าง คุกก็คือคุก ที่ขังอิสรภาพ แตกต่างตรงที่กรมราชทัณฑ์เรียบร้อยขึ้น สะอาดขึ้น ตนพูดไม่ได้เพื่อเอาใจ ก้าวออกมาแล้ว เขาก็ไม่ได้มาบอกอะไร แรกๆว่าจะเขียน 30 วันในคุก เล่ม 2 แต่คิดว่าพอแล้ว เพราะเล่มแรกขายดีแล้ว ส่วนรายการช่อง 3 ตนก็ต้องขอขอบคุณ จะกลับไปทำหรือไม่ ก็คงต้องว่ากันวันจันทร์ วันนี้อยากจะไปหาอาหารทะเลทาน อยากจะไปสูดอากาศดีๆ เพราะข้างในค่อนข้างจะแน่น

หวังว่าคราวหน้าจะไปยืนฝั่งนู้นนะ (ชี้มือไปฝั่งสื่อมวลชน) ไม่ต้องมายืนฝั่งนี้แล้ว

เมื่อถามว่ายังอยากทำหน้าที่สื่อหรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำหน้าที่ เพราะเป็นหน้าที่ที่ดี ได้พูด ได้เห็นในมุมมองที่แตกต่าง เสียดายว่าไม่ได้ไปเชียงราย อยู่ข้างในก็ติดตามตลอด ถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปทำหน้าที่เหมือนเดิม อย่างไรก็แล้วแต่ ประสบการณ์ที่ตนมี จะเอาเก็บไว้เล่าให้ลูกหลานฟัง

นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า ตนเป็นคนชำระหนี้ตามกฎหมายทุกครั้ง วันนั้นตนก็เลือกเอง ศาลให้เลือก ระหว่างสารภาพกับปฏิเสธ ตนก็เลือกสารภาพ เพราะนโยบายตน สู้ติดแน่ แพ้ติดนาน แทนที่ศาลจะลง 2 เดือน ศาลท่านก็เมตตา เห็นว่าสารภาพ ก็เลยเหลือเดือนเดียว โอกาสผิดพลาดในเรื่องรายงานนั้น ก็เพราะว่าตนมีทรัพย์สินเยอะ ก็ผิดพลาด เมื่อผิดพลาดแล้วก็ยอมรับ ง่ายๆ ไม่ต้องใช้ทนาย ไม่ต้องใช้อะไร ตนก็คิดว่ารักประเทศนี้ เพราะประเทศนี้ให้ความยุติธรรมกับตน

นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า อยากจะฝากว่า คนเรารู้ตัวอยู่ว่าทำผิดหรือทำถูก ฉะนั้นถ้าจะทำให้ขั้นตอนง่ายขึ้น กระบวนการยุติธรรมสั้นขึ้น ก็รับ กระบวนการยุติธรรมศาลไทยมีข้อดีตรงที่มีความเมตตา เมื่อท่านยอมรับ ลดครึ่งหนึ่งถือว่าเยอะแล้ว ครั้งก่อนตนโดน 5 ปียังลดเหลือ 2 ปี ครั้งนี้ตน 2 เดือน ลดเหลือ 1 เดือน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำผิดหรือทำถูก อยู่ในใจเรารู้อยู่ ฉะนั้นถ้าทำให้กระบวนการสั้นลง ก็รับสารภาพ ไม่จำเป็นต้องใช้ทนายด้วยซ้ำ เพราะเท่าที่เจอด้านในมา ทนายอาจทำให้ยุ่งยาก แล้วก็ติดมากขึ้นด้วยซ้ำ

ทั้งนี้ นายต้นตระกูล กมลวิศิษฎ์ บุตรชายนายชูวิทย์ กล่าวว่า ภูมิใจที่พ่อยอมรับผิดเอง และก็ขอให้พ่อไม่ต้องไปติดอีก หลังจากนี้คงพาพ่อไปทะเล แล้วพ่ออยากไปเมืองที่มันหนาวๆ ก็คงพาไปเมืองนอก

โดยหลังได้รับการปล่อยตัว นายชูวิทย์และครอบครัวได้สวมกอดกัน จากนั้นเดินไปขึ้นรถบริเวณด้านโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยมีพล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มารอรับขึ้นรถแวนสีดำและขับออกไปทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เฮ! 'ชูวิทย์' พ้นคุก จ่อคืนจอ เผย 'พุทธะอิสระ' หลบหน้าตลอด!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง